พล.ต.ต.นิธิธร กล่าวอีกว่า สิ่งหนึ่งที่น่าเป็นห่วง คือการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ทราบว่าการนำกัญชามาจำหน่ายนั้นเป็นกัญชาจริงหรือไม่ โดยเฉพาะการขายกัญชาในรูปแบบพันลำ ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องทำการตรวจสอบสารดังกล่าวว่าเป็นกัญชาจริงหรือไม่ ในพื้นที่เช่นซอยสีลมที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวนั้น ต้องทำการทดลองขอซื้อมาเพื่อทำการตรวจสอบองค์ประกอบและทำการบันทึกข้อมูลของผู้ค้ากัญชาไว้
ไม่ว่าจะเป็นประเด็นการขายในรูปแบบใด ขายเพื่อจุดประสงค์ใด ขายอยู่ที่จุดใด ซึ่งหากผลตรวจออกมาว่ามีการผสมสารเสพติดที่ผิดกฎหมาย ก็จะดำเนินการออกหมายเรียกผู้ค้าดังกล่าวมารับทราบข้อกล่าวหาต่อไป
หากผู้ค้าปฏิบัติตามกฎหมายอย่างถูกต้อง ก็ไม่มีปัญหาอะไร เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงสามารถดำเนินการได้เลยในเบื้องต้นคือ การสูบในที่สาธารณะ สามารถแสดงตัวจับกุมได้ทันที และรวบรวมข้อมูลผู้ค้ากัญชาในแต่ละพื้นที่ ซึ่งจะสั่งการไปยังทุกพื้นที่ต่อไป
พล.ต.ต.นิธิธร กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ทางกรุงเทพมหานคร ได้มีการประกาศคำสั่งห้ามกัญชาในพื้นที่สถานศึกษา ซึ่งหากมีกัญชาหลุดรอดเข้าไปในสถานศึกษานั้น ถือเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งของ กทม. อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เสพกัญชาลงสื่อสังคมออนไลน์ จะให้ฝ่ายสืบสวนระบุตัวตนให้เข้าพบพนักงานสอบสวน ซึ่งหากทุกคนรู้เจตนารมย์ของการปลดล็อคกัญชานั้น ก็ไม่จำเป็นต้องมีข้อกฎหมายอะไรเพิ่ม