ผบช.ก. เตือน ระวังภัยแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลงทุน หุ้น-คริปโตฯ อ้างผลกำไรดี เมื่อเหยื่อหลงเชื่อต้องสูญเงิน ย้ำตั้งสติก่อนโอน "เงินอยู่ในกระเป๋าของทุกคน ก่อนจะให้ไปอยู่ในกระเป๋าผู้อื่น ต้องมั่นใจในบุคคลดังกล่าวจริง"

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ( ผบช.ก. )  กล่าวถึงการป้องกันภัยทางการเงินจากการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ ว่า เว็บไซต์หรือเพจในสื่งสังคมออนไลน์ ที่มีการชักชวนให้เล่นหุ้น หรือลงทุนคริปโตเคอเรนซีนั้น สามารถมั่นใจได้หรือไม่ว่าจะได้รับผลตอบแทนตามโฆษณา ที่มักชักชวนว่าใช้เงินในการเริ่มลงทุนเพียงเล็กน้อย และได้ผลตอบแทนสูง 


หากทางเว็บไซต์ตั้งใจจะหลอกลวง และนำเงินลงทุนของผู้เสียหายไปเป็นผลตอบแทนแก่ผู้อื่นที่หลงเชื่อสมัครมาก่อนหน้านี้ จากนั้นจึงค่อยนำเงินของผู้อื่นที่สมัครเข้ามาภายหลังมาเป็นผลตอบแทนให้ตามที่มีการโฆษณาไว้ จะมั่นใจได้หรือไม่ เพราะแม้ว่าทางเว็บไซต์จะมีตัวตนจริง สามารถค้นหาข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้ 

 

แต่เหรียญมักมีสองด้านเสมอ มีด้านที่ไม่สวยงามตามที่มีการโฆษณา ซึ่งกว่าที่ผู้เสียหายจะเอะใจหรือรับรู้ถึงเหรียญด้านที่สองนั้น ก็มักสูญเสียเงินไปแล้ว ส่งผลให้เสียทั้งทรัพย์สินและความรู้สึก หรือแม้จะแจ้งความดำเนินคดี แต่การเรียกเงินคืนมานั้นเป็นเรื่องยาก

พล.ต.ท.จิรภพ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม หากเป็นการให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการลงทุนหุ้น หรือคริปโตเคอเรนซี ก็ไม่มีอะไรเสียหาย แต่หากมีให้เปิดพอร์ตลงทุนโดยการโอนเงินไปยังบัญชีอื่น ที่ไม่ใช่บัญชีของสถาบันการเงินที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานกำกับนั้น จะสามารถไว้วางใจได้หรือไม่ 

 

แต่หากเป็นสถาบันการเงินหรือบริษัทเอกชนที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว จะมีความน่าเชื่อถือและรู้สึกอุ่นใจกว่าการเปิดพอร์ตเทรดหุ้นหรือคริปโตเคอเรนซี ที่โอนเงินเข้าไปยังบัญชีของหรือบริษัทที่ไม่ทราบตัวตน รวมถึงยังไม่ได้ตรวจสอบว่าเป็นได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วหรือไม่ เพราะสุดท้ายแล้วก็จะได้รับบัญชีผู้ใช้ พร้อมรหัสผ่านเพื่อทำธุรกรรมเช่นเดียวกัน

 

พล.ต.ท.จิรภพ กล่าวต่อไปว่า ปัจจุบันนี้มีการโฆษณาชักชวนให้ร่วมลงทุนในลักษณะดังกล่าวเป็นจำนวนมาก ทั้งในเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ จึงขอให้ตรวจสอบว่าปลายทางที่จะทำการโอนเงินนั้นมีความน่าเชื่อถือหรือไม่ ให้ลองเอะใจและตั้งสติ ก่อนเริ่มลงทุน ไม่หลงเชื่อผลตอบแทนตามที่โฆษณา

“ขอย้ำว่ามิจฉาชีพบางรายได้แฝงตัวมากับการชักชวนให้ลงทุน เพราะทราบว่าปัจจุบันนี้เงินทองหายาก ทุกคนก็อยากได้เงินที่รวดเร็ว อีกทั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์บางราย เมื่อหลอกเหยื่อด้วยกลอุบายต่างๆยากขึ้น ก็อาจหันมาหลอกเหยื่อด้วยวิธีเหล่านี้แทน จึงขอฝากว่าเงินอยู่ในกระเป๋าของทุกคน ก่อนจะให้ไปอยู่ในกระเป๋าผู้อื่น ต้องมั่นใจในบุคคลดังกล่าวจริง”