กระทั่งเวลาผ่านไปหลายเดือนมีหนังสือทวงถามค่างวดจากบริษัทไฟแนนซ์ ทวงค่างวดรถจากคนค้ำประกัน จึงไปหาเพื่อน แจ้งให้เพื่อนทราบ ซึ่งเพื่อนยืนยันว่า ส่งงวดรถมาตลอดและได้ส่งรถคืนให้ไฟแนนซ์ไปแล้ว จากนั้นเรื่องก็เงียบหายไป กระทั่งช่วงเดือนมกราคม 2565 มีประกาศเจ้าพนักงานบังคับคดี สำนักงานยังคับคดีจังหวัดขอนแก่น สาขาชุมแพ เรื่องขายทอดตลาดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างตามสำเนาโฉนด มาติดที่เสารั้วหน้าบ้านก็ต้องตกใจเพราะรายละเอียดต่างๆตามหนังสือ คือเรื่องเกี่ยวข้องกับการที่เพื่อนซื้อรถยนต์แล้วไม่จ่ายค่างวดรถ จนถูกไฟแนนซ์ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย รวมถึงจัดการกับคนค้ำประกันด้วย ตนเองตกใจมาก จึงรีบไปเช็ครายละเอียดต่างๆที่สำนักงานบังคับคดีจังหวัดขอนแก่น สาขาชุมแพ ทำให้ทราบว่า ต้องหาเงินมาจ่ายค่าหนี้รถยนต์ในจำนวน395,000บาท หรือจ่ายครึ่งหนึ่งก่อนก็ได้ แต่ตนไม่มีเงินจ่าย จึงกลับมาหานางเอที่บ้าน ซึ่งปัจจุบันนางเอลาออกจากงานในโรงงานแล้ว กลับมาค้าขายปลาสดอยู่บ้าน เมื่อเจอกับนางเอ จึงเชิญไปพูดคุยกันที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน และทำหนังสือยินยอมชดใช้ค่าเสียหายให้กับบริษัทไฟแนนซ์ โดยมีผู้ใหญ่บ้านและพยานรับรู้การทำหนังสือดังกล่าว
ซึ่งหนังสือดังกล่าวลงวันที่ 7 มกราคม 2565 นางปัญจรัศม์วงษ์คำอุด อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 37/1 ม.11 ต.บ้านเม็ง อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า ผู้ยอมรับชดใช้หนี ตามคำสั่งศาล อ.ชุมแพ จขอนแก่น ซึ่งศาล มีคำสั่งให้ นางปัญจรัศมั วงษ์คำอุด ให้ชดใช้หนี้ เนื่องจากผิดนัดส่งค่างวดรถยนต์ ยี่ห้อ นิสสัน ทะเบียน ผบ-2509 ขอนแก่น ติดต่อกันเป็นเวลา 5 ปี ซึ่งเกิดความเสียหายแก่ บริษัท ลิสซิ่งไอซีบีซี (ไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัท ให้เชาซื้อรถยนต์ เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 395,000บาท ซึ่งสัญญาเช่าซื้อ มี นางรัชนี ฐานโพธิ์ อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 211 หมู่ที่ 6 ต.หนองเรือ จ.ขอนแก่น เป็นผู้ค้ำประกันและถูกศาลสั่งยึดทรัพย์ ดังนั้นนางปัญจรัศ วงษ์คำอุด ผู้ซึ่งเป็นจำเลยศาล จึงขอรับชดใช้หนี้ ทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียวดังนั้น สัญญาฉบับนี้ทำขึ้นเป็นหลักฐาน หาก นางปัญจศม์ วงษ์คำอุด จำเลยศาล ผิดนัดชำระ ให้ดำเนินคดี กับนางปัญจรัศม์ วงษ์คำอุด ต่อไป”
นางรัชนี กล่าวอีกว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมด เกิดเพราะเพื่อนไม่ยอมจ่ายค่างวดรถยนต์ที่ซื้อมา และเมื่อรถเสียไม่ยอมส่งกลับให้เต้นท์รถซ่อมตามสัญญาที่รับประกันหลังการขาย แล้วยังเอารถไปซ่อมที่อู่ซ่อมเครื่องยนต์ ในอำเภอหนองเรือ ค่าซ่อมจำนวน 30,000บาท เมื่อรถจอดซ่อม และซ่อมเสร็จ ก็ไม่ไปรับรถ เพราะไม่มีเงินจ่ายค่าซ่อม ทางอู่จึงยึดรถไว้ โดยยกเครื่องยนต์รถออก แล้วจอดรถทิ้งไว้หลังอู่ซ่อม แล้วก็มาบอกตนว่า จ่ายค่างวดมาตลอดแล้วก็คืนรถให้ไฟแนนซ์ไปแล้ว ซึ่งเมื่อความจริงเปิดเผย ทุกอย่างตรงกันข้ามกับคำพูดที่เพื่อนพูดมาทั้งหมด และตนในฐานะคนค้ำยังต้องถูกยึดทรัพย์เพื่อขายทอดตลาดอีก จึงอยากฝากถึงประชาชนคนที่จะค้ำประกันในเรื่องต่างๆให้คนอื่น ควรจะพูดคุยกันให้ดีดี อย่าไว้ใจคนมากเกินไป สุดท้ายเสียใจ เสียบ้านและที่ดินเหมือนตน และอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องกฎหมายมาให้คำปรึกษา หาทางออกช่วยตนด้วย หากทรัพย์ถูกขายไป ตนและครอบครัวจะเดือดร้อนไม่มีที่อยู่อาศัย
ข่าว/ภาพ พรพรรณ เพ็ชรแสน ศูนย์ข่าวเนชั่นภาคอีสาน สำนักข่าวเนชั่น