มอแม่โจ้ แถลงการณ์ นโยบายการค้าเสรี ฉบับที่ 2 งดใช้กัญชาสันทนาการ ขอให้สถานศึกษา ผู้ปกครองป้องกันเยาวชน พร้อมขอให้ออกกฎหมายใช้กัญชาอย่างเหมาะสม ขณะที่การซื้อขายต้นกล้ากัญชาคึกคัก เตรียมไว้ 1 ล้านต้นให้ประชาชนเข้าถึงในราคาเพียงต้นละ 30บาทผ่านระบบการจองคิวเท่านั้น

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

             เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 16 มิ.ย. 2565  ที่ ณ โรงเรือนปลูกกัญชา ศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ  มหาวิทยาลัยแม่โจ้  รศ.ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ , ผศ.พาวิน มะโนชัย รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และ ศ.ดร. อานัฐ ตันโช ผอ.ศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ ได้ร่วมแถลงการณ์มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เรื่องนโยบายกัญชาเสรี ฉบับที่ 2

มหาวิทยาลัย“แม่โจ้” ออกแถลงการณ์หนุนใช้กัญชาในทางการแพทย์

            รศ.ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าวว่า  หลังจากเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2565 ได้แถลงการณ์มหาวิทยาลัยแม่โจ้ (ฉบับที่ 1) 5 ข้อ คือ 1. มหาวิทยาลัยแม่โจ้ขอสนับสนุนในนโยบายของรัฐบาลเรื่องกัญชาเสรีเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ ,2. มหาวิทยาลัยแม่โจ้ขอสนับสนุนนโยบายกัญชาทางการแพทย์เพื่อประโยชน์ในการเข้าถึงของประชาชนทางด้านสุขภาพอนามัย และการรักษาตนเองสำหรับผู้ป่วย, 3. มหาวิทยาลัยแม่โจ้ขอสนับสนุนให้มีกฎหมายกำกับดูแลการใช้กัญชาเชิงสันทนาการอย่างเข้มงวด สำหรับเด็กและเยาวชน

มหาวิทยาลัย“แม่โจ้” ออกแถลงการณ์หนุนใช้กัญชาในทางการแพทย์

             4. มหาวิทยาลัยแม่โจ้ขอสนับสนุนและส่งเสริมให้กัญชาเป็นพืชเศรษฐกิจของประเทศไทยตัวใหม่ โดยกระบวนการผลิตจะต้องถูกสุขอนามัยและปลอดสารพิษ และ5. มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ขอปวารณาตัวในการเป็นแหล่งความรู้ที่ถูกต้องในเรื่องกัญชา เป็นแหล่งศึกษาค้นคว้า วิจัย และพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ด้านกัญชาสู่สังคม

มหาวิทยาลัย“แม่โจ้” ออกแถลงการณ์หนุนใช้กัญชาในทางการแพทย์

 

            ล่าสุด ในวันนี้  มหาวิทยาลัยแม่โจ้โดยคณะผู้บริหารและสภามหาวิทยาลัยมีความเห็นเพิ่มเติมจากแถลงการณ์มหาวิทยาลัยแม่โจ้ (ฉบับที่ 2 ) ดังนี้ 1. มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ขอสนับสนุนการใช้กัญชาเฉพาะทางการแพทย์เท่านั้น และไม่ใช้เพื่อสันทนาการอย่างเด็ดขาด โดยขอให้มีการควบคุมการโฆษณาในสื่อต่างๆ ทุกรูปแบบ เพื่อไม่ให้เป็นตัวอย่างหรือภาพชินตาต่อเด็ก เยาวชน และประชาชนในระยะยาว, 2. มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ขอสนับสนุนให้สถานศึกษา และผู้ปกครองดูแล เด็ก นักศึกษา และเยาวชนทุกคนให้ห่างไกลจากกัญชาเชิงสันทนาการทุกรูปแบบ และ3. มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ขอสนับสนุนให้ผู้มีอำนาจและผู้เกี่ยวข้องเร่งออกกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกัญชา โดยจัดให้มีมาตรการและหน่วยงานที่รับผิดชอบในการติดตาม ดูแลการนำกัญชาไปใช้อย่างเหมาะสม เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ของประชาชน และสังคม

มหาวิทยาลัย“แม่โจ้” ออกแถลงการณ์หนุนใช้กัญชาในทางการแพทย์

           ศ.ดร. อานัฐ ตันโช ผอ.ศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ กล่าวว่า สำหรับแนวทางข้อปฏิบัติในการสั่งจองต้นกล้ากัญชาสายพันธุ์ แม่โจ้03 ของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ สามารถลงทะเบียนจองผ่านแบบฟอร์มหน้าเพจเฟซบุ๊ก  ศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ ในราคาต้นละ 30 บาท โดยไม่จำกัดจำนวนต้น  ทางเจ้าหน้าที่ศูนย์ติดต่อประสานงานกลับ (ตามคิวการจอง) เพื่อชำระเงินโดยวิธีการโอนเงินเข้าบัญชีของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ และนัดหมายเข้ามารับต้นกล้า ทางมหาวิทยาลัยแม่โจ้จะเริ่มส่งมอบต้นกล้ากัญชาในวันที่ 1 กรกฎาคม 2565 เป็นต้นไป ประมาณวันละ 10,000 ต้น ตามคิวที่นัดรับ

มหาวิทยาลัย“แม่โจ้” ออกแถลงการณ์หนุนใช้กัญชาในทางการแพทย์

              อย่างไรก็ตาม  การรับต้นกล้ากัญชาสามารถมาติดต่อรับได้ที่ ศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ ฟาร์มมหาวิทยาลัยแม่โจ้ (โรงเรือนปลูกกัญชาทางการแพทย์) เท่านั้น ยังไม่มีบริการจัดส่งให้ได้   เนื่องจากจำนวนเจ้าหน้าที่ยังไม่เพียงพอต่อการให้บริการจัดส่ง และทางมหาวิทยาลัยแม่โจ้สามารถเตรียมความพร้อมต้นกล้ากัญชาสำหรับรองรับความต้องการของประชาชนได้ประมาณ 1,000,000 ต้น โดยข้อมูลการจอง ณ วันที่ 16 มิ.ย. 65 เวลา 12.00 น. จำนวนผู้ลงทะเบียนจองต้นกล้ากัญชา 6,022 คน จำนวนต้นกล้ากัญชาที่จองผ่านระบบ 148,332 ต้น

มหาวิทยาลัย“แม่โจ้” ออกแถลงการณ์หนุนใช้กัญชาในทางการแพทย์

             ด้าน ผศ.พาวิน มะโนชัย รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้ชี้แจง เหตุการณ์ทะเลาะวิวาทซื้อต้นกล้ากัญชา เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2565 ณ กาด 2477 บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยแม่โจ้ว่า เกิดจากประชาชนคนหนึ่ง เดินทางมาจากอำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ ไม่ยอมรับระบบคิว และการจองออนไลน์ ก่อนจะมีการพูดจาก่อกวนยั่วยุ และด่าทอถึงมหาวิทยาลัย อธิการบดี ผอ.ศูนย์ฯ คณาจารย์ และผู้รับผิดชอบของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีผู้บาดเจ็บ มี 2 คน คือ พลเมืองดีซึ่งเป็นผู้มาซื้อต้นกัญชาเข้ามาห้ามปราม ได้รับบาดเจ็บบริเวณนิ้วเท้าด้านซ้ายมีแผลเปิด และเลือดกำเดาไหล และเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ ปวดตามร่างกาย และมีแผลช้ำบริเวณระหว่างคิ้ว โดยทางมหาวิทยาลัยจะพยายามจะไม่ให้เกิดปัญหานี้ขึ้นอีก

ข่าว/ภาพ : จักรินทร์  นมนาน สำนักข่าวเนชั่น ศูนย์ข่าวภาคเหนือ

logo-pwa

เพิ่ม NationTV

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด