4. มหาวิทยาลัยแม่โจ้ขอสนับสนุนและส่งเสริมให้กัญชาเป็นพืชเศรษฐกิจของประเทศไทยตัวใหม่ โดยกระบวนการผลิตจะต้องถูกสุขอนามัยและปลอดสารพิษ และ5. มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ขอปวารณาตัวในการเป็นแหล่งความรู้ที่ถูกต้องในเรื่องกัญชา เป็นแหล่งศึกษาค้นคว้า วิจัย และพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ด้านกัญชาสู่สังคม
ล่าสุด ในวันนี้ มหาวิทยาลัยแม่โจ้โดยคณะผู้บริหารและสภามหาวิทยาลัยมีความเห็นเพิ่มเติมจากแถลงการณ์มหาวิทยาลัยแม่โจ้ (ฉบับที่ 2 ) ดังนี้ 1. มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ขอสนับสนุนการใช้กัญชาเฉพาะทางการแพทย์เท่านั้น และไม่ใช้เพื่อสันทนาการอย่างเด็ดขาด โดยขอให้มีการควบคุมการโฆษณาในสื่อต่างๆ ทุกรูปแบบ เพื่อไม่ให้เป็นตัวอย่างหรือภาพชินตาต่อเด็ก เยาวชน และประชาชนในระยะยาว, 2. มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ขอสนับสนุนให้สถานศึกษา และผู้ปกครองดูแล เด็ก นักศึกษา และเยาวชนทุกคนให้ห่างไกลจากกัญชาเชิงสันทนาการทุกรูปแบบ และ3. มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ขอสนับสนุนให้ผู้มีอำนาจและผู้เกี่ยวข้องเร่งออกกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกัญชา โดยจัดให้มีมาตรการและหน่วยงานที่รับผิดชอบในการติดตาม ดูแลการนำกัญชาไปใช้อย่างเหมาะสม เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ของประชาชน และสังคม
ศ.ดร. อานัฐ ตันโช ผอ.ศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ กล่าวว่า สำหรับแนวทางข้อปฏิบัติในการสั่งจองต้นกล้ากัญชาสายพันธุ์ แม่โจ้03 ของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ สามารถลงทะเบียนจองผ่านแบบฟอร์มหน้าเพจเฟซบุ๊ก ศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ ในราคาต้นละ 30 บาท โดยไม่จำกัดจำนวนต้น ทางเจ้าหน้าที่ศูนย์ติดต่อประสานงานกลับ (ตามคิวการจอง) เพื่อชำระเงินโดยวิธีการโอนเงินเข้าบัญชีของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ และนัดหมายเข้ามารับต้นกล้า ทางมหาวิทยาลัยแม่โจ้จะเริ่มส่งมอบต้นกล้ากัญชาในวันที่ 1 กรกฎาคม 2565 เป็นต้นไป ประมาณวันละ 10,000 ต้น ตามคิวที่นัดรับ