ดังนั้นหน้าที่ของธนาคารกลางคือต้องไม่ทำให้เครื่องยนต์เงินเฟ้อติดจนเกินไป หรือหลุดกรอบ จนส่งผลกระทบไปสู่เงินเฟ้อพื้นฐานสูงขึ้น กระทบต่อเงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้นไปอีกดังนั้นการขึ้นดอกเบี้ย จะช่วยลดแรงกดดันเงินเฟ้อตรงไหนนี้ ซึ่งเป็นกลไกปกติที่ธนาคารทั่วโลกใช้ดูแลเงินเฟ้อ นโยบายการเงินจึงต้องปรับโหมดเข้า Normalization หรือการปรับดอกเบี้ย
“หากดูการดำเนินนโยบายการเงินของไทยปัจจุบัน ถือว่าผ่อนปรนมาก และผ่อนเป็นเวลานาน ดอกเบี้ยของไทยถือว่าต่ำสุดในภูมิภาค แต่ในมุมของเงินเฟ้อ ไทยถือว่าติดอันดับท็อป ๆของภูมิภาค ดังนั้นที่ผ่านมาถือว่าผ่อนปรนมาก”
แย้มขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป
ดร.เศรษฐพุฒิ กล่าวว่า ส่วนจะปรับขึ้นเมื่อไหร่นั้น ต้องดูบริบทเศรษฐกิจ แต่มองว่า หากขึ้นช้าเกินไปไม่ดี และการปรับขึ้นดอกเบี้ย จะต้องเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป
“เหตุผลที่บอกว่าทำช้าเกินไปไม่ดี เพราะหากคอยนานเกินไป ปล่อยให้เครื่องยนต์เงินเฟ้อติด อาจต้องเหยียบเบรกแรงขึ้น ดังนั้นการขึ้นดอกเบี้ยอย่าช้าเกินไป เพื่อที่จะไม่ต้องทำแรงเกินไป”
อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น ยังมีผลทำให้ต้นทุนการกู้ยืมต่างปรับตัวลดลง โดยเฉพาะการกู้ของธุรกิจรายใหญ่ ที่ปัจจุบันเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นสู่ 6.2% แต่ต้นทุนการกู้ของธุรกิจติดลบถึง 5% ซึ่งต่ำลงต่อเนื่อง ดังนั้นโจทย์ของการดำเนินนโยบายการเงินคือ ต้องทำให้ Smooth takeoff ต้องค่อยๆถอนคันเร่ง การดำเนินนโยบายการการเงินต้องค่อยเป็นค่อยไป และไม่ทำแรงจนเกินไป