หญิงวัย42 ปีถูกวัยรุ่นฟันศีรษะ นอนตายข้างถนนอ้างแค้นสะสมถูกร้องเรียน
11 มิ.ย. 2565 | kavintra_chi

หญิงวัย 42 ปี ถูกวัยรุ่นหมู่บ้านเดียวกันใช้ด้ามปืนทุบศีรษะเป็นแผลฉกรรจ์ นอนเสียชีวิตริมถนน ผู้ก่อเหตุอ้างแค้นสะสมผู้ตายเพราะร้องเรียนเรื่องมั่วสุม
ข่าว
11 มิ.ย. 2565 | kavintra_chi

หญิงวัย 42 ปี ถูกวัยรุ่นหมู่บ้านเดียวกันใช้ด้ามปืนทุบศีรษะเป็นแผลฉกรรจ์ นอนเสียชีวิตริมถนน ผู้ก่อเหตุอ้างแค้นสะสมผู้ตายเพราะร้องเรียนเรื่องมั่วสุม
วันที่11มิถุนายน2565เมื่อเวลาประมาณ22.00น. ของคืนที่ผ่านมา (10มิ.ย.) ร.ต.อ.วิโรจน์ โควินทะสุด รอง สว.(สอบสวน) สภ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่นได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุมีหญิงถูกทำร้ายเสียชีวิตอยู่ฝั่งตรงข้ามบ้านผู้ใหญ่บ้านนาข่า หมู่7ต.นาข่า อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบชันสูตรร่วมกับแพทย์เวรโรงพยาบาลมัญจาคีรีและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบศพนางสาว ณัฏฐาพัสตร์ นิ่มนวล อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 129 ม.13 ต.นาข่า สภาพศพนอนหงาย เลือดอาบศีรษะและใบหน้า มีแผลฉกรรจ์บนศีรษะมองเห็นกะโหลกและสมอง เสียชีวิตอยู่ริมถนนในหมู่บ้านฝั่งตรงข้ามบ้านผู้ใหญ่บ้านบ้านนาข่า หมู่ 7 ขณะตรวจที่เกิดเหตุได้รับแจ้งจาก นายลินทอง พิษณุ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 ว่าจับตัวผู้ก่อเหตุมาส่งที่โรงพักแล้ว ทราบชื่อเล่นว่า นายกะตูม อายุ24ปี เป็นชาวบ้านหมู่บ้านเดียวกันกับผู้เสียชีวิต และมีบ้านอยู่ใกล้กับบ้านผู้เสียชีวิต
จากการสอบถามผู้ใหญ่บ้าน เบื้องต้นทราบว่า ผู้เสียชีวิตเป็นคนที่ชอบร้องเรียนชาวบ้านในละแวกบ้านตัวเองหลายครั้ง อาจจะมีปัญหากับผู้ก่อเหตุซึ่งบ้านอยู่ใกล้กันจนเกิดเหตุทำร้ายกันจนเสียชีวิตขึ้น ขณะเกิดเหตุนั้นมีชาวบ้านได้ยินเสียงนายกะตูมตะโกนว่า“กูบอกมึงกี่ครั้งแล้ว”เป็นภาษาอีสาน ก่อนจะพบหญิงรายดังกล่าวถูกมีดฟันกลายเป็นศพ และมีชาวบ้านยืนยันว่านายกะตูมเป็นคนลงมือก่อเหตุ ผู้ใหญ่บ้านกับทีมงานจึงไปตามหานายกะตูมที่บ้านและพบตัวอยู่ในบ้านจึงควบคุมตัวส่งตำรวจ สภ.มัญจาคีรี ทันทีแล้วโทรศัพท์แจ้งร้อยเวรให้มาตรวจสอบที่เกิดเหตุ
ต่อมา พ.ต.ท.บรรจบ เกตุชมภู รอง ผกก.สืบสวน สภ.มัญจาคีรี ร.ต.อ.วิโรจน์ โควินทะสุด รอง สว.(สอบสวน) สภ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ควบคุมตัวนายพลธารัตน์ ศศิกุลวรากรณ์ หรือ กะตูม อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 129 ม.13 บ้านนาข่า ต.นาข่า อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น ผู้ต้องหาในคดีฆ่าผู้อื่น มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังก่อเหตุใช้ด้ามปืนแก๊ปตีเข้าที่ศีรษะนางสาว ณัฏฐาพัสตร์ นิ่มนวล อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 89 ม.7 บ้านนาข่า ต.นาข่า อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น เสียชีวิต
ขณะถูกควบคุมตัวมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ นายกะตูม กล่าวว่า นางสาว ณัฏฐาพัสตร์ คนตายมีปัญหากับชาวบ้านร้องเรียนไปทั่ว ส่วนกับตัวเองผู้ตายร้องเรียนเรื่องมั่วสุม เสียงดัง แต่หลีกเลี่ยงที่จะมีปัญหามาตลอด การลงมือครั้งนี้ไม่ได้ตั้งใจ ยอมรับว่ามีความแค้นสะสม ซึ่งเมื่อถูกด่าหยาบคายซ้ำ ๆ จึงโมโหควบคุมอารมณ์ไม่ได้ จนทำร้ายนางสาวณัฏฐาพัสตร์ จนตาย โดยขณะที่ตนกำลังขับขี่รถจักรยานยนต์ไปหาหนูนาที่ทุ่งนาพบคนตาย เดินจูงจักรยานอยู่ข้างถนน เมื่อเห็นตน ก็ตะโกนด่าหยาบคาย จึงจอดรถและเดินมาถามว่า “มึงมีปัญหาอะไร” คนตายได้ถอดรองเท้ามาตบ จึงตีสวนคืนไปด้วยลำกล้องของปืนไทยปะดิษฐ์ ผู้ตายวิ่งหนี จึงวิ่งตามไป จนผู้ตายสะดุดล้ม จึงใช้ลำกล้องปืนตีไปที่ใบหน้าและศีรษะหลายครั้ง จากนั้นก็ขับขี่รถจักยานยนต์ไปหาหนูนาที่ทุ่งนาทางด้านทิศเหนือของหมู่บ้าน แล้วก็ทิ้งลำกล้องปืนลงที่ฝายกั้นน้ำ จากนั้นก็กลับบ้านไปบอกภรรยาถึงเรื่องที่เกิดขึ้นว่า ตนได้ฆ่านางสาวณัฏฐาพัสตร์ และจะขอมอบตัวกับตำรวจ จากนั้นไม่นานตำรวจก็มาจับกุมตัวที่บ้าน ซึ่งการทำแผนเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้ผู้ต้องหาชี้จุดที่พบกับคนตายและรถจักรยานของคนตายล้ม และจุดที่ทุบตี จุดสุดท้ายคือจุดที่ทิ้งลำกล้องปืนลงน้ำที่ฝายกั้นน้ำ ด้านทิศเหนือของหมู่บ้าน ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีก็เสร็จสิ้นด้าน พ.ต.ท.บรรจบ เกตุชมภู รอง ผกก.สืบสวน สภ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น กล่าวว่า โดยหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสืบสวนจนทราบว่า คนร้ายที่ลงมือฆ่านางสาวณัฏฐาพัสตร์ นิ่มนวล อายุ 42 ปี คือ นายกะตูม หรือ นายพลธารัตน์ ศศิกุลวรากรณ์ อายุ 27 ปี ช่างทำเบาะรถจักรยานยนต์ ซึ่งเป็นคนหมู่บ้านเดียวกัน และเป็นคนที่ผู้ตายร้องเรียนพฤติกรรมมาโดยตลอด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงไปควบคุมตัวนายกะตูมได้ที่บ้าน และควบคุมตัวไปสอบสวน และแจ้งข้อหา ฆ่าผู้อื่น
ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านบิดามารดาของคนตาย และเป็นจุดที่ตั้งศพคนตาย ที่บ้านเลขที่ 89 ม.7 บ้านนาข่า ต.นาข่า อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น มีนางปิยะธิดา นิ่มนวล อายุ 66 ปี มารดาและญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านมาร่วมแสดงความเสียใจร่วมในพิธีบำเพ็ญกุศลศพคนตาย
นางปิยะธิดา นิ่มนวล อายุ 66 ปี มารดาคนตาย กล่าวว่า ที่ผ่านมาลูกสาวมีเรื่องกับคนร้ายมาตลอด เคยพูดคุยไกล่เกลี่ยหลายครั้ง ก็จบกันไป ยอมรับว่า ลูกสาวเป็นสาวโสดที่มีนิสัยเหมือนผู้ชาย พูดจาขวานผ่าซาก แต่รักสุนัข เลี้ยงสุนัขหลายสิบตัว ส่วนปัญหากับเพื่อนบ้าน พ่อแม่รับรู้ และห้ามปรามแต่ลูกสาวไม่เชื้อฟัง เหตุการณ์ขณะเกิดเหตุเมื่อคืนนั้นแม่กับพ่อไม่เห็นเหตุการณ์ แต่ทราบจากญาติพี่น้องและชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์มาเล่าให้ฟังว่า ขณะลูกสาวปั่นจักรยานเอาอาหารไปให้สุนัขจรจัดตามริมถนน ผู้ต้องหาขับขี่รถจักรยานยนต์ผ่านไปแล้วเฉี่ยวชนรถจักรยานของลูกสาวจนล้ม ลูกสาวจึงต่อว่าเอา ทำให้ผู้ต้องหาใช้ของแข็งทุบที่ศีรษะและใบหน้า ขณะที่ลูกสาวร้องขอชีวิต แต่ผู้ต้องหาไม่หยุด ยังทำร้ายจนลูกสาวขาดใจตาย แม่ไม่ให้อภัย ไม่อโหสิกรรม ขอให้กฎหมายเอาผิดกับผู้ต้องหาให้ถึงที่สุด เพราะแม่เชื่อว่าผู้ต้องหาตั้งใจที่จะฆ่าลูกสาวแม่ให้ตายคามือ ขนาดร้องขอชีวิตแล้วยังไม่ยอมหยุดถือว่าตั้งใจฆ่า แม่จึงให้อภัยไม่ได้
ข่าว/ภาพ กฤศเมธ โลโห สำนักข่าวเนชั่น จ.ขอนแก่น