ครม.ไฟเขียว อนุมัติหลักการให้เพิ่มประเทศ "ซาอุดีอาระเบีย" ในรายชื่อประเทศที่ผู้ถือหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทาง ซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว เพื่อการท่องเที่ยวได้รับการยกเว้นการตรวจลงตรา และอยู่ในราชอาณาจักรไม่เกิน 30 วัน

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติหลักการให้เพิ่มประเทศซาอุดีอาระเบียในรายชื่อประเทศที่ผู้ถือหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทาง ซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว เพื่อการท่องเที่ยวได้รับการยกเว้นการตรวจลงตรา และอยู่ในราชอาณาจักรไม่เกิน 30 วัน

 

ครม.อนุมัติยกเว้นวีซ่านักท่องเที่ยวซาอุฯ และอยู่ในราชอาณาจักรได้ 30 วัน

ทั้งนี้ เป็นผลจากการที่นายกรัฐมนตรีเดินทางเยือนซาอุดีอาระเบียอย่างเป็นทางการ และทั้งสองฝ่ายได้ประกาศปรับความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันให้กลับสู่ระดับปกติอย่างสมบูรณ์

ครม.อนุมัติยกเว้นวีซ่านักท่องเที่ยวซาอุฯ และอยู่ในราชอาณาจักรได้ 30 วัน ครม.อนุมัติยกเว้นวีซ่านักท่องเที่ยวซาอุฯ และอยู่ในราชอาณาจักรได้ 30 วัน

ผลการหารือที่สำคัญด้านหนึ่ง คือ การส่งเสริมการติดต่อระหว่างภาคประชาชน โดยจะทำให้มีชาวซาอุดีอาระเบียเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยมากขึ้น จากเดิมรัฐบาลซาอุดีอาระเบียจะอนุญาตให้ชาวซาอุดีอาระเบียเดินทางมายังประเทศไทยปีละประมาณ 30,000 คน เพิ่มขึ้นเป็นปีละ 100,000-150,000 คน

ขณะที่ กระทรวงการต่างประเทศ ได้ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อวันที่ 4 ก.พ. 65 ทุกหน่วยงานไม่มีข้อขัดข้องที่จะเพิ่มซาอุดีอาระเบียให้ได้รับสิทธิในเรื่องดังกล่าว เนื่องจากสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมการดึงดูดนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19

ครม.อนุมัติยกเว้นวีซ่านักท่องเที่ยวซาอุฯ และอยู่ในราชอาณาจักรได้ 30 วัน

ครม.อนุมัติยกเว้นวีซ่านักท่องเที่ยวซาอุฯ และอยู่ในราชอาณาจักรได้ 30 วัน

ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการกระจายรายได้ไปยังภูมิภาคต่างๆ และชาวซาอุดีอาระเบียยังเป็นนักท่องเที่ยวคุณภาพ มีการใช้จ่ายสูง และมักเดินทางเป็นครอบครัวขนาดใหญ่ คาดว่าจะสามารถสร้างรายได้ให้ประเทศไทยไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาทต่อปี

ครม.อนุมัติยกเว้นวีซ่านักท่องเที่ยวซาอุฯ และอยู่ในราชอาณาจักรได้ 30 วัน

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า ปัจจุบันผู้ถือหนังสือเดินทางชาวซาอุดีอาระเบีย สามารถขอรับการตรวจลงตรา ณ ช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมือง (Visa on Arrival : VoA) โดยพำนักในประเทศไทยได้ 15 วัน เสียค่าธรรมเนียมรายละ 2,000 บ

 

ครม.อนุมัติยกเว้นวีซ่านักท่องเที่ยวซาอุฯ และอยู่ในราชอาณาจักรได้ 30 วัน

ขณะที่ทางด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พอใจแนวโน้มนักท่องเที่ยวที่ดีขึ้น ภายหลังการติดตามสถานการณ์และการดำเนินการตามนโยบายผ่อนคลายมาตรการเดินทางเข้าประเทศไทย เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2565 ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้าประเทศไทยหากเป็นผู้เดินทางที่ไม่ได้รับวัคซีน หรือได้รับวัคซีนไม่ครบ รวมถึงผู้สัมผัสใกล้ชิดเสี่ยงสูง (HRC) สามารถแสดงผล Professional ATK หรือ RT-PCR ได้ โดยไม่ต้องมีการกักตัว ซึ่งขณะนี้ประเทศไทยมียอดจองการเดินทางเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากมาตรการการเดินทางเข้าประเทศมีความสะดวกและรวดเร็วขึ้น ซึ่งปัจจัยบวกต่อตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างมาก 

 

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ททท. ได้รายงานสถานการณ์จากเดิมที่มียอดนักท่องเที่ยวประมาณ 18,000 - 20,000 คนต่อวัน คาดการณ์ว่าหลังจากนี้หากมีการยกเลิก ไทยแลนด์พาส ตัวเลขนักท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้นเป็น 25,000 - 30,000 ต่อวัน และหลังจากการคลายล็อกมาตรการของรัฐบาล เชื่อว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวขึ้น โดยเฉพาะผู้ประกอบการโรงแรม ร้านอาหาร และรถเช่า

ครม.อนุมัติยกเว้นวีซ่านักท่องเที่ยวซาอุฯ และอยู่ในราชอาณาจักรได้ 30 วัน

ครม.อนุมัติยกเว้นวีซ่านักท่องเที่ยวซาอุฯ และอยู่ในราชอาณาจักรได้ 30 วัน

 

 

โดยเชื่อว่าเศรษฐกิจในปีนี้จะมีรายได้จากการท่องเที่ยวทั้งจากในประเทศและนักท่องเที่ยวต่างประเทศ ประมาณ 1.15 ล้านล้านบาท ซึ่งทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตั้งเป้าหมายให้มีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศได้กว่า 7-10 ล้านคนต่อปี ด้วยการออกแผนส่งเสริมการตลาดท่องเที่ยวผ่านแคมเปญ “Visit Thailand Year 2022: Amazing New Chapters” นำเสนอการพลิกโฉมการท่องเที่ยวไทยสู่มิติใหม่ พร้อมวางกลยุทธ์ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติด้วยการสร้างคุณค่าและประสบการณ์การท่องเที่ยวมิติใหม่จากสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นและแตกต่างจากประเทศคู่แข่ง เช่น ส่งเสริมกลุ่มงานแต่งงาน กลุ่ม digital nomads และครอบครัว, กลุ่ม health & wellness และกลุ่มปั่นจักรยาน เป็นต้น 

ขณะเดียวกันในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ จะกระตุ้นตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเน้นกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพให้เพิ่มขึ้นมาไม่น้อยกว่า 300,000 คนต่อเดือนในช่วงเดือนพฤษภาคม-กันยายน 2565 ซึ่งประเมินว่าจะมีนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าไทยจากประเทศอินเดีย กลุ่มประเทศตะวันออกกลาง อีกทั้งตั้งแต่เดือนตุลาคมเป็นต้นไปจะมีนักท่องเที่ยวจากยุโรปเดินทางเข้ามามากขึ้น เนื่องจากตรงกับช่วงฤดูหนาวของทวีปยุโรป 

 

"ประเทศไทยได้ติดตามประเมินสถานการณ์เพื่อการกำหนดนโยบายประเทศอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการคาดการณ์กำหนดวางนโยบายที่ถูกต้อง สอดรับกับสถานการณ์โลก จึงทำให้นโยบายเปิดประเทศของไทย รวมถึงหลาย ๆ ประเทศเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เริ่มผ่อนคลายมาตรการเดินทางเข้าประเทศเช่นเดียวกัน ส่งผลให้นักท่องเที่ยวมีหลายทางเลือก นายกรัฐมนตรีจึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งประชาสัมพันธ์แผนการท่องเที่ยวไทย ตลอดจนสั่งการกำชับเจ้าหน้าที่ด้านมาตรการทางสาธารณสุข การควบคุมโรค ความปลอดภัยตามจุดต่าง ๆ ให้มีความพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างเต็มศักยภาพ เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ให้ความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวและชาวไทยด้วย"นายธนกร กล่าว

ครม.อนุมัติยกเว้นวีซ่านักท่องเที่ยวซาอุฯ และอยู่ในราชอาณาจักรได้ 30 วัน