สัดส่วนพรรคเพื่อไทย 15 คน
1.นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง
2.นายเกรียง กัลป์ตินันท์
3.นายสุทิน คลังแสง
4.นายสงวน พงษ์มณี
5.นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร
6.นายวิชาญ มีนชัยนันท์
7.นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน
8.นายโกศล ปัทมะ
9.นายวีระพล จิตสัมฤทธิ์
10.นายนพดล เหลือทองนารา
11.นางอนุรักษ์ บุญศล
12.นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม
13.นางสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา
14.นางสาวจิราพร สินธุไพร
15.นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล
สัดส่วนพรรคพลังประชารัฐ 11 คน
1.นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย
2.พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา
3.นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์
4.นายต่อศักดิ์ อัศวเหม
5.นายสัญญา นิลสุพรรณ
6.นายจักรัตน์ พั้วช่วย
7.นายสมเกียรติ วอนเพียร
8.นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง
9.นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ
10.นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา
11.นายสุรสิทธิ์ วงศ์วิทยานันท์
สัดส่วนพรรคภูมิใจไทย 7 คน
1.นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช
2.นายสมเจตน์ ลิมปะพันธุ์
3.นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน
4.นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ
5.นายเอกราช ช่างเหลา
6.นางนันทนา สงฆ์ประชา (ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาภิวัฒน์)
7.นายปวีณ แซ่จึง (อดีต ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย)
สัดส่วนพรรคประชาธิปัตย์ 6 คน
1.นายสาคร เกี่ยวข้อง
2.นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู
3.นพ.บัญญัติ เจตนจันทร์
4.นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ
5.นายชัยชนะ เดชเดโช
6.นางศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์
สัดส่วนพรรคก้าวไกล 6 คน
1.นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล
2.นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล
3.นายวาโย อัศวรุ่งเรือง
4.นายกัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี
5.นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์
6.นายพริษฐ์ วัชรสินธุ
สัดส่วนพรรคเศรษฐกิจไทย 2 คน
1.นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์
2.นางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ
พรรคชาติไทยพัฒนา
1.นายอนุรักษ์ จุรีมาศ
พรรคเสรีรวมไทย
1.นายสมชัย ศรีสุทธิยากร
พรรคประชาชาติ
1.พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง
พรรคเศรษฐกิจใหม่
1.นายมนูญ สิวาภิรมย์รัตน์
พรรคเพื่อชาติ
1.นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช
พรรครวมพลังประชาชาติไทย
1.นายเขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์
พรรคพลังท้องถิ่นไท
1.ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม
จากนั้นพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวว่า ในนามของรัฐบาลขอขอบคุณประธานและสมาชิกทุกท่านที่ได้ร่วมกันพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 แม้การจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 จะอยู่ภายใต้วงเงินจำกัดรัฐบาลยังคงให้ความสำคัญกับประชาชนและผลประโยชน์สูงสุดของประเทศ
โดยการจัดทำร่างพระราชบัญญัติงบประมาณฉบับนี้เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและสังคมภายหลังจากภาวะวิกฤตที่เกิดขึ้นจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และสถานการณ์โลกในปัจจุบันตลอดจนขับเคลื่อนการพัฒนาตามแนวทางของยุทธศาสตร์ชาติให้เกิดความต่อเนื่องในการสร้างโอกาสสร้างความเสมอภาคและลดความเหลื่อมล้ำ และเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนและประเทศชาติรวมทั้งส่งเสริมให้เศรษฐกิจมีความเข้มแข็งและเติบโต
ทั้งนี้ต้องขอฝากให้คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณนำข้อเสนอแนะของสมาชิกไปใช้ประกอบรายละเอียดของพระราชบัญญัติให้เป็นไปด้วยความรอบคอบยิ่งขึ้นเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนตามที่มุ่งหวังไว้ทุกประการ
ทั้งนี้ เมื่อช่วงค่ำของการอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมารายจ่าย พ.ศ.2566 วันสุดท้าย เกิดเหตุการณ์ชุลมุนขึ้น ภายหลัง นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ได้ลุกขึ้นอภิปรายประมาณ 30 นาที ซึ่งมีการสับสนเรื่องรายชื่อในคิวอภิปรายสำหรับเวลาที่เหลืออยู่ก่อนปิดการประชุม ทำให้นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ส.ส.สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนาไม่พอใจ ลุกขึ้นประท้วงว่า นายชาดาไม่มีชื่อในคิวอภิปราย
ทั้งนี้มีการโต้แย้งกันไปมา โดยนายสุชาติ ตันเจริญ ซึ่งทำหน้าที่ประธานที่ประชุมได้พยายามขอให้ทั้งคู่นั่งลงหลายครั้ง อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ภายในห้องยังไม่สงบปรากฏว่า นายชาดา พร้อมกับ ส.ส. พรรคภูมิใจไทย อีกหลายคนเดินตรงไป นายณัฐวุฒิ เพื่อเข้าไปเคลียร์มีเสียงโวยวายสร้างความตกตะลึงในที่ประชุม ระหว่างนั้น มีนายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ และนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้ใหญ่พรรคชาติไทยพัฒนา เข้าไปช่วยเจรจา นายชาดาจึงเดินออกจากห้องประชุม และให้ ส.ส. เรียกตัว นายณัฐวุฒิ ออกไปคุยนอกห้อง แต่นายณัฐวุฒิยังอยู่ในห้องประชุมไม่ได้เดินตามไป
อ่านข่าวเพิ่มเติม>>>
ถกงบเดือด! "ชาดา" ตบหน้า ณัฐวุฒิ กลางสภาไม่พอใจถูกโวยลัดคิวอภิปราย (มีคลิป)
นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ รองโฆษกพรรคภูมิใจไทย ได้ลงมาชี้แจงสื่อมวลชนถึงกระแสข่าว ที่ระบุว่า นายชาดา ไทยเศรษฐ ส.ส. ภูมิใจไทย ได้ปะทะคารม และตบหน้านายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ส.ส. ชาติไทยพัฒนาโดยยืนยันได้ เพราะอยู่ในเหตุการณ์ ไม่มีการทำร้ายร่างกาย ถึงเนื้อถึงตัว และไม่มีการปัดแย่งโทรศัพท์ ตามที่มีการเสนอข่าว ส่วนที่ ส.ส.คนอื่นเล่า ว่ามีการตบหน้า ตบหัว เชื่อว่าที่เล่าไปคนละทิศละทางเพราะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์
สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าว นายชาดา ได้เดินไป เพื่อสอบถามว่า ติดใจอะไร หรือมีปัญหาอะไรกับตน จากที่นายณัฐวุฒิ ใช้คำว่า ประชาชนชั้น 1 ชั้น 2 ซึ่งก็เคลียร์กันพักหนึ่ง โดยที่มีผู้ใหญ่ของพรรคชาติไทยพัฒนา ได้พยายามทำความเข้าใจ และให้นายณัฐวุฒินั่งลง แต่ยอมรับว่า นายชาดา เดินไปด้วยอารมณ์ที่โมโห
ส่วนที่นายณัฐวุฒิ พูดว่าการกระทำแบบนี้ จะเข้าข่ายทำผิดจริยธรรมได้นั้น เข้าใจว่า อาจจะมาจากอารมณ์ ที่กลัวว่าถูกข่มขู่ คุกคาม และหลังจากนั้น นายชาดา ก็เดินออกไป โดยไม่ได้มีการเคลียร์หลังห้องประชุมสภา และ เชื่อคงไม่มีปัญหา และนายณัฐวุฒิ ได้อภิปรายพูดถึงเรื่องการให้อภัยแล้ว อีกอย่าง นายชาดา และนายณัฐวุฒิ เคยอยู่พรรคเดียวกัน คือพรรคชาติไทย