ซึ่งคอนเซ็ปงานในวันนี้ เกิดจากการมองเห็นผลกระทบ กับประเทศไทยที่เป็นปัญหาและอุปสรรคในทุกๆด้าน ซึ่งปัญหามีทั้งปัจจัยภายนอกและภายในประเทศ โดยปัจจัยภายนอกคือ วิกฤตโลกร้อน ปัญหาความขัดแย้งในมหาอำนาจ และปัญหาเศรษฐกิจโลกที่ต้องฟื้นฟูร่วมกัน
โดยเฉพาะหลังจากเกิดการระบาดของโควิด-19 ส่วนปัญหาภายในประเทศ คือปัญหาดิจิทัล ดิสรัปชัน พัฒนาการยังสู่ประเทศทั่วโลกไม่ได้ แม้มีมูลค่าการประมูลคลื่นความถี่เป็นอันดับต้นๆ แต่การพัฒนาด้านเทคโนโลยียังล้าหลัง
และอีกปัญหาคือ ช่องว่างระหว่างวัย ทำให้เกิดความแตกต่างทางความคิดของคนแต่ละวัย และปัญหาความเหลื่อมล้ำในประเทศไทย ซึ่งทำให้เป็นสาเหตุของการจัดงานวันนี้ขึ้น โดยวันนี้ได้เชิญผู้นำทางความคิดทั้งภาคธุรกิจ และภาคการเมือง มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
โดยไฮไลท์สำคัญมี 2 ช่วง ในช่วงแรกคือ สเปเชียลทอล์ค จากภาคธุรกิจ ที่ได้มาร่วมแชร์ประสบการณ์ แลกเปลี่ยนแนวคิดโลกที่จะทำให้เมืองไทยไม่เหมือนเดิม ประเดิมเวทีคนแรก โดยคุณสมโภชน์ อาหุนัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทพลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) มองว่า ปัจจุบันทั้งปัจจัยภายนอกประเทศ และภายในประเทศ เป็นตัวแปรสำคัญ โดยเฉพาะปัจจัยภายใน ทั้ง การแบ่งช่วงระหว่างวัย แม้จะมี หน่วยงาน บีโอไอ หรือ อีอีซี ที่จะคอยกระตุ้น แต่ก็ไม่ได้ทำให้เกิดการเติบโตมากนัก และมองว่า หน้าที่ของประเทศไทยเป็นผู้ผลิต จึงจะต้องรักษาฐานการผลิตไม่ให้เกิดการย้ายฐานการผลิตเกิดขึ้น
ดังนั้น ส่วนตัวไม่เชื่อว่า ประเทศไทยจะเดินด้วยการเติบโตแบบธรรมชาติได้เหมือนเดิมอีก แต่สิ่งที่ต้องทำคือต้องมียุทธศาสตร์ในการเดินอย่างมีประสิทธิภาพ โดยต้องเอาผลประโยชน์ของชาติเป็นที่ตั้ง และเยียวยาคนที่เสียหาย หากทำได้ก็จะสร้างยุทธศาสตร์ที่จะทำให้ทุกคนร่วมมือกันได้ เช่น ยุทธศาสตร์การทำให้เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมรถยนต์ อาหาร อุตสาหกรรมทัวลิสต์ โดยจะต้องลงทุนน้อย แต่ให้ได้ผลเยอะๆ อย่าง การนำไฟฟ้ามาใช้ในอุตสาหกรรมรถยนต์ให้มากขึ้น
ขณะที่ นักธุรกิจ อีกท่านที่มาร่วมแชร์ประสบการณ์ ก็คือ คุณจิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ก่อตั้งและ CEO บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้ง จำกัด ซึ่งได้เสนอแนวคิดที่น่าสนใจ มองว่า สิ่งสำคัญของการเปลี่ยนแปลง สำคัญ 3 ด้าน คือ สุขภาพ การศึกษา และการลงทุน โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย สิ่งสำคัญเริ่มต้นของการใช้เทคโนโลยี คือ การให้สิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนในการเข้าถึงข้อมูล ทั้งการต้องให้ใช้ไวไฟฟรี โดยแจกไอดีให้กับประชาชนทุกคน จะช่วยทำให้ประชาชนเข้าถึงโอกาสและการทำงานได้ดียิ่งขึ้น
พร้อมทั้งมองด้วยว่า ผู้นำประเทศไทย ควรไปเป็นสมาชิกของ World Economic Forum พบปะกับผู้นำทั่วโลก เพื่อสร้างโอกาสให้ประเทศไทยและนำกลับมาพัฒนาประเทศไทยร่วมกัน
ชมคลิป >>>