อาศัยอํานาจตามความในข้อ ๔ (๒) ของคําสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๔/๒๕๖๓ เรื่อง แต่งตั้งผู้กํากับการปฏิบัติงานหัวหน้าผู้รับผิดชอบและพนักงานเจ้าหน้าที่ในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ลงวันที่ ๒๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้อํานวยการศูนย์บริหาร สถานการณ์โควิด - 19 จึงมีคําสั่งให้หัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินและพนักงาน เจ้าหน้าที่ดําเนินการให้เป็นไปตามมาตรการป้องกันโรค ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ เพื่อประโยชน์ในการป้องกันและควบคุมโรคโควิด - 19 มิให้เกิดการแพร่ระบาดในราชอาณาจักร และเพื่อให้มาตรการและหลักเกณฑ์สําหรับผู้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรมีความสอดคล้องกับสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด - 19 ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน
จึงให้ปรับมาตรการป้องกันโรค และคงหลักเกณฑ์การดําเนินการในสถานที่กักกันซึ่งทางราชการกําหนดตามคําสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์ การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด - 19) ที่ ๔/๒๕๖๕ เรื่อง แนวปฏิบัติ ตามข้อกําหนดออกตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ (ฉบับที่ ๒๕) ลงวันที่ ๒๙ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๕ ไว้ก่อนตามแนบท้ายคําสั่งนี้
ข้อ ๒ ให้ผู้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งมิได้แสดงหลักฐานรับรองการได้รับวัคซีนป้องกันโรคโควิด - 19 ครบตามเกณฑ์ที่ผู้ผลิตวัคซีนหรือที่ทางราชการกําหนด (Unvaccinated / Not Fully Vaccinated Persons) ซึ่งอยู่ระหว่างการเข้ารับการกักกันในสถานที่กักกันซึ่งทางราชการกําหนด ตามคําสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด - 19) ที่ ๔/๒๕๖๕ เรื่อง แนวปฏิบัติตามข้อกําหนดออกตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๕๘ (ฉบับที่ ๒๕) ลงวันที่ ๒๙ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๕ ยังคงรับการกักกันจนครบระยะเวลากักกันตามกําหนดไว้เดิม
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๕ เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคําสั่งเปลี่ยนแปลง เป็นอย่างอื่น
สั่ง ณ วันที่ ๓๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๕
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี
ผู้อํานวยการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19
ราชกิจจาฯ ฉบับเต็ม คลิกที่นี่