เตรียมคว่ำรัฐบาล พรรคเสรีรวมไทยของ "พล.ต.อ.เสรีพิสุทธิ์" ลั่นไม่รับหลักการร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ปี 66 ของ "บิ๊กตู่" เหตุมีข้อบกพร่องเพียบ

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

ยังคงต้องจับตากันห้ามกระพริบ สำหรับวาระสำคัญที่ถึงในอีกไม่กี่วันนี้ข้างหน้า คือการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 ที่คณะรัฐมนตรีจะนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 31 พ.ค. ถึง 2 มิ.ย. นี้ ที่ปกติตามหลักการแล้ว ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เนื่องจากเป็นวาระทางสภา ที่ฝ่ายค้านจะให้ความเห็นชอบด้วยเนื่องจากมีความจำเป็นในการผ่านงบเพื่อนำไปใช้บริหารราชการแผ่นดิน 

 

แต่ในสถานการณ์ทางการเมืองที่ร้อนแรง และเป็นช่วงโค้งสุดท้ายของอายุรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จึงให้วาระการพิจารณางบประมาณประจำปีกลับมาน่าสนใจ โดยเฉพาะท่าทีจากฝ่ายค้านที่ครั้งจะไม่ใช่เพียงตรายางให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่หากครั้งนี้ ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ไม่สามารถผ่านสภาได้ รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ ก็จะต้องม่วนเสื่อกลับบ้านทันที

 

 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

ล่าสุดวันนี้ (29 พ.ค.) ได้มีการพรรคฝ่ายค้านที่ออกมาประกาศกร้าวว่า จะคว่ำรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ ในการพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ในครั้งนี้ นั่นคือ พรรคเสรีรวมไทยของ พล.ต.อ.เสรีพิสุทธิ์ เตมียเวช ด้วยการไม่รับหลักการร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2566 ผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก พรรคเสรีรวมไทย โดยระบุว่า 

 

 

ประกาศของพรรคเสรีรวมไทย
 

"พรรคเสรีรวมไทย ไม่รับหลักการ พรบ.งบประมาณ 2566"

จากการพิจารณารายละเอียดของ พ.ร.บ.งบประมาณฯ ที่คณะรัฐมนตรีจะนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 31 พ.ค. ถึง 2 มิ.ย.นี้  มีความเห็นว่า ร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าว มีข้อบกพร่องหลายประการ คือ

 

ประการแรก เป็นงบประมาณที่มีการจัดสรรเพื่องบลงทุนต่องบประจำที่ต่ำมาก คือ ในงบ 3.185 ล้านล้านบาท มีงบลงทุนเพียง 695,077.4 ล้านบาทหรือ  20.82% ของงบประมาณทั้งหมด โดยงบส่วนใหญ่เป็นรายการประจำที่ไม่ส่งผลต่อการพัฒนาประเทศ

 

ประการที่สอง การจัดสรรงบตามยุทธศาสตร์ เป็นการให้ความสำคัญต่อยุทธศาสตร์การสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ในสัดส่วนที่น้อยเพียง 12.4% ทั้ง ๆ ที่เป็นประเด็นสำคัญที่สุดที่จะผลักดันในประเทศสามารถแข่งกับประเทศอื่น ๆ ทั่วโลกได้

 

ประการที่สาม เป็นการจัดทำงบประมาณขาดดุล ต้องกู้เงินมาไว้เป็นส่วนหนึ่งของรายรับถึง 695,000 ล้านบาท  ทำให้ภาวะหนี้สาธารณะของประเทศเพิ่มขึ้น เป็นภาระหนี้ต่อคนรุ่นหลังไม่รู้จบสิ้น

 

ประการที่สี่ เป็นการตั้งงบประมาณที่ฉิวเฉียดกับการขัด พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของประเทศ โดยรัฐต้องมีงบลงทุนไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ซึ่งตั้งไว้ 21.82  เกินมาเพียง 1.82 และต้องมีรายการเงินกู้ไม่มากกว่างบลงทุน ซึ่งรัฐบาลตั้งรายการเงินกู้ไว้ที่ 695,000 ล้านบาท ขณะที่งบลงทุน เกินมาเพียง 77.4 ล้านบาท

 

ในการนี้ พรรคเสรีรวมไทย จะมีรองหัวหน้าพรรคเป็นผู้อภิปรายจำนวน 3 คนในสภา และพรรคมีมติไม่รับหลักการ ร่าง พ.ร.บ.นี้ ทั้งฉบับ ร่วมกับพรรคฝ่ายค้านอื่น ๆ 

 

 

พล.ต.อ.เสรีพิสุทธิ์ เตมียเวช หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย