ถ้าหากลองคำนวณราคารูปของ "แตงโม"
หากมีผู้ไม่หวังดี นำไปหาเงิน จะได้เงินมหาศาลสูงถึงร้อยล้านเลยทีเดียว งานนี้ทำเอาชาวเน็ตตาลุกวาวทีเดียว
โดยทางเพจดัง ก็ได้เขียนข้อความระบุถึง "ราคารูปของ"แตงโม" ไว้ว่า
..
"รูปแตงโม ล้านกว่าใบ ขายไปสามแสน ตกใบละ .25 บาท *แก้ไขแล้ว เค้าตกเลข เอารูปไปขายในเว็บซื้อขายรูปตั้งราคาแค่ 1 เหรียญ ก็ขายได้ รูปที่สวยคัดเฉพาะ ก็ขายอีกราคานึงได้ รูปที่สวยมากๆ ยังไม่เคยเปิดเผย สามารถนำไปเสนอขายนิตยสาร Gossip ได้อีก
..
ภาพที่ไม่ควรเปิดเผย อาทิ ร่วมทานข้าวกับนักการเมือง คนดังทริปไปเที่ยวลับๆ หลุดหมด ก็เอาไว้แบล็คเมล์ คนในภาพได้ อีกไม่รู้เท่าไหร่ ภาพตอนคบกับดาราดังอีกท่านหนึ่ง ก็ขายให้นิตยสารก็ gossip ได้
สามแสน ซื้อภาพดาราดัง ที่เจ้าตัวถ่ายเอง ได้ล้านกว่าใบ
ถ้าอยู่ในมือคนใช้เป็นสามารถหาเงินได้อาจถึงร้อยล้านแต่ต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 3-5 ปี
เฮ้อ.... ฉันรักแม่ฉันขึ้นมาเลย ขอบคุณแม่หนูที่แม้จะดุ แต่รักลูกแท้จริง"
..
หลังจากที่เพจดัง "เจ้าหญิงน้อยแห่งอันดามัน" ที่มีผู้ติดตามมากกว่า 1.7 แสนคนได้เผยแพร่โพสต์ดังกล่าวออกไป ไม่นานัก บรรดาชาวเน็ตก็แห่เข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างมากมาย อาทิ เช่น "ถ้า 1 ล้านรูป รูปละ 4 บาท ก็ 4 ล้านแล้วค่ะ" , "ชาติหน้าอย่าได้เกิดมาเป็นแม่ใครอีกเลย" , "คนนิสัยแบบนี้มีชีวิตผ่านมาได้ยังไงกันนะ สงสาร สงสารคนที่จากไปนะคะ" , "แม๊ . . เกิดชาติหน้าอย่าเป็นแม่ใครอีกนะ" , "อ่านแล้วเศร้าใจ" , "เข้าใจแล้วว่าทำไมพ่อถึงยอมหมดตัว เพื่อเอาลูกมาเลี้ยงเอง" , "แทนที่จะให้พี่เบิร์ดคนที่เค้ารักเอาไปทำรูปลับๆไม่หลุดแน่ส่วนถ้ามีรูปที่ช่วยทางคดีได้พี่เค้าสู้อยู่แล้วเสือกหลง ค. เอาของไปให้โจร" , "แม่ขาย 3 แสน บังแจ็ค ขายได้มากกว่า 3 ล้าน" เป็นต้น
ขณะที่ทาง บังแจ๊ค ก็ออกมาเคลื่อนไหว เช่นกัน
โดยล่าสุด "บังแจ็ค" ได้ออกมาโพสต์ข้อความ หลังโดนคนติดตามตัวที่ต่างประเทศ เผยได้โทรแจ้ง 911 เรียบร้อย ลั่น ถึงขั้นต้องเอาคนมาตามล่าเลยหรอ
"บังแจ็ค" ได้โพสต์ข้อความใน เพจ Bung Jack fc V.2 ระบุข้อความไว้ว่า..
จากข่าววันนี้ที่ได้มีคนติดตามตัวผม แอบถ่ายรูปสถานที่ต่างๆ ที่ผมไป ผมก็ได้โทรแจ้ง 911 ทันที ซึ่งทางตำรวจก็ได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยจะมีการส่งเจ้าหน้าที่มาตระเวนตรวจตราดูแลความปลอดภัยเป็นระยะ แค่เรื่องเครื่องถึงกับจะต้องส่งคนมาตามล่าเลยหรอ ??
ส่วนข้อมูลที่ถูกปล่อยออกไปก็ไม่เป็นความจริง ผมจะไม่ดูถูกอาชีพใคร แต่เดี๋ยวจะลองขับ Uber ดูนะครับ ขอบคุณสำหรับคำแนะนำครับผม สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม.. ที่อเมริกาสามารถถือได้ 2 สัญชาตินะครับและกฎหมายที่นี่แรงกว่าครับ !!
อีกหนึ่งความเคลื่อนไหว ที่โซเชียลจับจ้อง
"กระติก" พูดแล้ว 500 รูปในมือถือแตงโมใครเป็นคนลบ
หลังจากเมื่อวานนี้ (27 พ.ค. 65) กระติก อิจศรินทร์ ได้เดินทางมารายงานตัวต่อสำนักงานอัยการ จ.นนทบุรี โดยหลังจากนั้นได้ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวก่อนเดินทางกลับถึงประเด็นต่างๆที่กำลังเกิดขึ้น ล่าสุด "กระติก" พูดแล้ว 500 รูปในมือถือแตงโมใครเป็นคนลบ
ทั้งนี้ กระติก เผยถึงเรื่องที่นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ออกมาบอกว่ากระติกให้การเท็จว่าใครเป็นคนถ่ายรูปตนกันแน่ระหว่างแตงโมกับแซน
กระติกถามว่า ใครถ่าย ใครไม่ถ่าย เป็นประเด็นตรงไหน และจะให้การเท็จได้อย่างไร รวมทั้งนายอัจฉริยะรู้ได้อย่างไรว่า ตนให้การกับพนักงานสอบสวนไปว่าอะไร
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึง ประเด็นที่แม่แตงโมส่งมือถือไปให้บังแจ็ค กระติก ยอมรับว่า ตนเองก็เพิ่งรู้ พร้อมกับทุกๆ คน
"เซอร์ไพรส์ ซ้อน เซอร์ไพรส์ ซ้อนเซอร์ไพรส์ ซ้อน เซอร์ไพรส์ จนไม่เหลืออะไรเซอร์ไพรส์แล้ว แต่สิ่งที่กังวล คือเรื่องส่วนตัวในโทรศัพท์มากกว่า ตนเป็นห่วงเพื่อน อยากฝากทุกคนให้พิจารณาให้ดี อะไรที่นอกเหนือจากเรื่องเรือ ต้องให้เกียรติเขา เพราะมันเป็นเรื่องส่วนตัวของเขา พร้อมระบุว่า ถ้าจะบี้ มาบี้คนบนเรือกันดีกว่า ชวนมาบี้กระติก บี้แซนเลย"
ตอนแรกที่มีคนใช้ไลน์แตงโมวิดีโอคอลมา บังแจ็ค เป็นหนึ่งคนที่ตนนึกถึงว่าอาจเป็นไปได้ แต่ไม่กล้าฟันธงเพราะโดนมาเยอะถ้าข้อมูลไม่ชัดก็ไม่กล้ากล่าวหาใคร
บังแจ็ค พยายามส่งข้อความมาหากระติกตั้งแต่ 14 พ.ค. ว่าให้รับสายและมีโทรศัพท์โทรมาจากต่างประเทศ แต่ตนไม่รู้ว่าเป็นใคร จึงไม่ได้รับ และหลังจากที่ใช้ไลน์แตงโม วิดีโอคอลมา บังแจ็คก็ไม่ได้ติดต่อมาอีก
ประเด็นที่กล่าวหาว่ามีการลบรูปในมือถือแตงโมไป 500 รูปนั้น "ยืนยัน แตงโมเป็นคนลบเอง" เพราะบางภาพที่ถ่ายแล้วเบลอ เป็นตน ตนก็ลบ เพื่อไม่ให้เปลืองเมมในโทรศัพท์
จับกระแสล่าสุดของล่าสุด
“บังแจ็ค” โพสต์ผ่านเพจเฟซบุ๊ก “Happy Melon official” ซึ่งเป็นเพจปลอมของ “แตงโม” ว่า
“ขณะนี้ได้กู้ข้อมูลมือถือแตงโมได้ 100% แล้ว กำลังส่งมือถือคืนแม่แตงโม เพื่อเป็นหลักฐานในการดำเนินคดีอาญาต่อไป”
ต้องเกาะติดกระแสข่าวคดีแตงโม นิดา เสียชีวิตกันต่อไป งานนี้ยาวววววว เตรียมตัวเป็นแพนด้าแพนดี้ กันต่อไป
โปรดเสพข่าวด้วยความมีสติ!!
สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณที่มา เพจเฟซบุ๊ก เจ้าหญิงน้อยแห่งอันดามัน เพจคมชัดลึก มา ณ โอกาสนี้