นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.หมายเลข 8 ตอบคำถามเรื่อง"แก้ปัญหาเรื่องปากท้อง การค้าขายหาบเร่แผงลอย" ว่า หาบเร่แผงลอยเป็นสิ่งจำเป็นต้องอยู่กับคนกทม.ผู้ซื้อผู้ขายก็ต้องการ พ่อค้าแม่ค้าหายไปจากระบบเป็นหมื่นคน ดังนั้นหัวใจคือ หาบเร่แผงลอยต้องไม่เบียดเบียนคนเดินเท้า ต้องจดทะเบียนผู้ค้า อบรมให้ความรู้ด้านสุขลักษณะ ดูว่าพื้นที่ไหนมีหาบเร่แผงลอยได้ และต้องตั้งคณะกรรมการในพื้นที่ขึ้นมา ซึ่งที่ทำสำเร็จแล้วคือซอยอารีย์ มีการจัดระเบียบที่ดี และทำให้พ่อค้าแม่ค้าในห้องแถวขายดีขึ้นด้วย และควรมีการทำฮ็อกเกอร์เซ็นเตอร์ โดยหาพื้นที่ของราชการหรือเอกชนนำคนหาบเร่แผงลอยเข้าไปอยู่ แต่ต้องเป็นพื้นที่ที่เข้าถึงได้ง่าย อย่าง พื้นที่ซอยนานา มีหาบเร่แผงลอยจำนวนมาก และขณะนี้มีศูนย์โอท็อปที่ไม่ได้ใช้งานอยู่ใต้ทางด่วน กทม.จึงควรเข้าไปคุยกับเอกชนแล้วนำเอาหาบเร่แผงลอยเข้าไป และจะต้องพัฒนาชีวิตให้คุณภาพดีชึ้นไม่ใช่ให้เขาอยู่ข้างถนนตลอดไป
นายสกลธี ภัททิยกุล ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.หมายเลข 3 ตอบคำถามเรื่อง"แก้ปัญหาเรื่องปากท้อง การค้าขายหาบเร่แผงลอย" ว่า เรื่องสตรีทฟู้ดเป็นเรื่องสำคัญของคนกรุงเทพฯ แต่เป็นปัญหาที่ต้องสร้างสมดุลให้ดี ซึ่งตนพูดในหลายวิธีหลายโอกาส ว่าจะเป็นผู้ว่าฯของคนทุกคน ไม่ใช่เฉพาะเป็นผู้ว่าฯของคนเดินเท้าหรือแม่ค้า เพราะฉะนั้นในยุคของผู้ว่าฯสกลธี การค้าขายในที่สาธารณะ เพื่อช่วยคนรายได้น้อยมีอย่างแน่นอน ซึ่งชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นทางเท้า เพราะฉะนั้นคงขายไม่ได้ทุกจุด เพราะฉะนั้นจุดที่ผู้ว่าฯสกลธี ที่จัดให้ทำการค้าช่วยเหลือคนยากจน ต้องมีทางเท้าที่กว้างขวางเพียงพอ ไม่กระทบต่อการจราจร ของคนเดินเท้าเป็นสำคัญ
นอกจากการหาพื้นที่ จะทำอย่างไรให้ผู้ค้าอยู่อย่างยั่งยืนในการช่วยเหลือทั้งระบบ อย่างแรกที่กรุงเทพฯจะช่วยได้คือ การจ่ายเงินช่วยเหลือคนรายได้น้อยรายละ 5,000 บาท โดยจ่ายคนที่ยากจนจริงๆ หากเป็นระบบที่ต้องจ่ายมากขึ้นไปอีก ต้องอาศัยพันธมิตร เช่น ธนาคารออมสิน ซึ่งในสมัยที่ตนดำรงตำแหน่งเป็นรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ก็เลยทำโครงการกับธนาคารออมสิน ด้วยการช่วยเหลือคนยากจนอยู่แล้ว
เมื่อมีเงิน ต้องมีความรู้ด้วย อย่างโรงเรียนฝึกอาชีพของกทม. หลายแห่งจะสอนในเรื่องของการเย็บปักเสื้อผ้ามาขาย สอนทำอาหารหรือหลายอย่าง ซึ่งเขาก็สามารถนำไปประกอบอาชีพได้ สุดท้ายเมื่อมีเงินมีความรู้ ก็คือสถานที่ขาย คงจะไม่สามารถให้ทุกที่ได้เพราะเป็นผู้ว่าฯของคนทุกคน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมและพัฒนาแล้วในหลายจุด รวมถึงนำพื้นที่ของหน่วยงานราชการต่างๆ ทางใต้ทางด่วน ที่การรถไฟและที่ของกรมธนารักษ์ การท่าเรือ หรือนำมาช่วยประชาชนค้าขาย หากตนได้เป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครทุกคนจะได้รับการดูแลอย่างเท่าเทียมกัน