สถานการณ์ราคายางพาราในปีนี้ คาดว่ายังปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากอุตสาหกรรมยางล้อฟื้นตัว การผลิตยางล้อรถยนต์ขนาดเล็กมีปริมาณใกล้เคียงกับสถานการณ์ก่อนโควิด

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

ผู้ว่าการ การยางแห่งประเทศไทย หรือ กยท. ณกรณ์ ตรรกวิรพัท ระบุ สถานการณ์ราคายางพาราในปีนี้ คาดว่ายังปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากอุตสาหกรรมยางล้อฟื้นตัว การผลิตยางล้อรถยนต์ขนาดเล็กมีปริมาณใกล้เคียงกับสถานการณ์ก่อนโควิด 19 ระบาด แม้สงครามรัสเซีย-ยูเครน จะยังยืดเยื้อ แต่สงครามก็ส่งผลดีกับจีน ที่เป็นตลาดหลักในการส่งออกยางพาราของไทย

 

เบื้องต้นพบว่าในปีนี้ความต้องการใช้ยางจะมากกว่าผลผลิตที่ออกสู่ตลาด ผู้ผลิตรายใหญ่ อย่างอินโดนีเซียใน 3 ปี ข้างหน้าผลผลิตยางพาราจะลดลง 30 % เนื่องจากขาดแรงงาน ไม่มีแนวทางการจัดการโรคใบร่วงที่ดีพอ และเกษตรกรหันไปปลูกปาล์มน้ำมันที่สร้างรายได้มากกว่า ทำให้แนวโน้มราคายางปรับตัวสูงขึ้น คาดว่าจะสูงกว่า กิโลกรัมละ 60 บาทอย่างแน่นอน

 

ส่วนปัจจัยเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวัง เช่น ภัยธรรมชาติ ค่าระวางเรือ มาตรการกีดกันทางการค้าด้านคาร์บอนเครดิต อัตราแลกเปลี่ยน รวมทั้งอัตราเงินเฟ้อ 

 

ในปีนี้รัฐบาลยังไม่มีนโยบายประกันรายได้ยางพารา แต่เพื่อลดแรงกระแทกด้านราคา กยท.จึงมีนโยบายรองรับ เช่น การชะลอการเก็บน้ำยาง โครงการเก็บยางแห้งของผู้ประกอบการ โครงการแปรรูปยาง โดยบางโครงการ กยท. ร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้เกษตรกรชาวสวนยาง

การยางแห่งประเทศไทยคาดราคายางยืนเหนือ 60 บาท/กก.

ในเดือนพฤษภาคมนี้ คาดว่าไทยจะมีผลผลิตยางประมาณ 2.09 แสนตัน และมิถุนายนมีผลผลิต 3.93 แสนตัน ด้านการส่งออก ไตรมาส 2 จะมี 9.94 แสนตัน ลดลง 6.36% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา

การยางแห่งประเทศไทยคาดราคายางยืนเหนือ 60 บาท/กก.

ส่วนผลผลิตยางทั่วโลกในช่วงเดือนมกราคม-เมษายน 2565 มีจำนวน 4.426 ล้านตัน และมีการใช้ยางประมาณ 4.523 ล้านตัน แสดงให้เห็นว่าทั่วโลกมีความต้องการใช้ยางมากกว่าผลผลิตที่ออกสู่ตลาดประมาณ 9.7 หมื่นตัน

การยางแห่งประเทศไทยคาดราคายางยืนเหนือ 60 บาท/กก.