3. และที่สำคัญคือ การที่ผมจะได้มีโอกาสย้ำต่อผู้นำประเทศชั้นนำของโลก ว่าประเทศไทยได้เข้าสู่การ "เปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบ" สำหรับทั้งการเดินทางมาท่องเที่ยว ติดต่อธุรกิจ ประชุม การแพทย์ หรืออื่นๆ ในแบบ Next Normal ที่ไทยเป็นต้นแบบระดับโลก จากความสำเร็จในการจัดการควบคุมสถานการณ์โควิดได้สำเร็จ ซึ่งหลังจากเราได้คลายล็อกระบบ "เทสต์แอนด์โก" ตั้งแต่ 1 พ.ค. 65 ที่ผ่านมา มีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางหลั่งไหลเข้าประเทศไทยแล้ว มากกว่า 3 แสนคน ในช่วงสัปดาห์เดียว และคาดการณ์ว่าช่วงเดือน พ.ค.-ก.ย. 65 ก็จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติทยอยเดินทางเข้าประเทศอย่างต่อเนื่อง เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าเดือนละ 3 แสนคน ซึ่งเป็นไปได้ว่าช่วง High Season ปลายปีนี้ เดือน ต.ค.-ธ.ค. จะมีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก เดินทางมาเยือนบ้านเรา ประมาณไม่น้อยกว่าเดือนละ 1 ล้านคน
การมาเยือนสหรัฐอเมริกาในครั้งนี้ จึงมิได้มีนัยยะเพียงแค่การประชุมเท่านั้น แต่เป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทย ในการเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ฟื้นฟูประเทศไทยอย่างยั่งยืน ไปพร้อมกับอาเซียน และประชาคมโลก เป็นก้าวสำคัญของไทยในการที่จะก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในประเทศชั้นนำในยุคหลังโควิด-19 ซึ่งผมจะได้แถลงถึงความสำเร็จของการเดินทางในครั้งนี้ให้พี่น้องประชาชนทราบเมื่อกลับถึงประเทศไทยครับ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 10 พ.ค. 65 ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ที่ประชุมได้มีการขอความเห็นชอบต่อร่างแถลงการณ์วิสัยทัศน์ร่วมของการประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐฯ สมัยพิเศษ
สาระสำคัญของเรื่อง 1. กต. รายงานว่า สหรัฐอเมริกา จะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดอาเซียน - สหรัฐอเมริกา สมัยพิเศษ ระหว่างวันที่ 12 - 13 พฤษภาคม 2565 ณ กรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา โดยนายกรัฐมนตรีมีกำหนดเข้าร่วมการประชุมดังกล่าว และจะมีการรับรอง (adopt) ร่างแถลงการณ์วิสัยทัศน์ร่วมฯ เพื่อเป็นเอกสารผลลัพธ์การประชุมฯ
2. ร่างแถลงการณ์วิสัยทัศน์ร่วมฯ เป็นเอกสารแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันระหว่างอาเซียน - สหรัฐอเมริกา ในการขับเคลื่อนความสัมพันธ์และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกัน โดยเน้นย้ำประเด็นสำคัญ ได้แก่ การต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 และการฟื้นตัวร่วมกัน การส่งเสริมความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจให้เข้มแข็งกว่าเดิม การส่งเสริมความร่วมมือทางทะเล การเสริมสร้างความเชื่อมโยงระดับประชาชน การส่งเสริมการพัฒนาในอนุภูมิภาค การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและการส่งเสริมนวัตกรรม การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความร่วมมือและประสานงานในประเด็นภูมิภาคและระหว่างประเทศ
ทั้งนี้ ร่างแถลงการณ์วิสัยทัศน์ร่วมฯ ไม่มีถ้อยคำหรือบริบทที่มุ่งจะก่อให้เกิดพันธกรณีภายใต้บังคับของกฎหมายระหว่างประเทศ ดังนั้นจึงไม่เป็นสนธิสัญญาตามกฎหมายระหว่างประเทศและไม่เป็นหนังสือตามมาตรา 178 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
ที่น่าสนใจ ครม.ยังได้มีมติเห็นชอบ ร่างผนวกการแลกเปลี่ยนข้อมูล เรื่อง การตรวจจับจากระยะไกลสำหรับการป้องกันพื้นที่รอบฐานทัพระหว่างกระทรวงกลาโหมแห่งราชอาณาจักรไทยกับกระทรวงกลาโหมแห่งสหรัฐอเมริกา
สาระสำคัญ ของเรื่อง 1. กห. และกระทรวงกลาโหมแห่งสหรัฐอเมริกาได้ร่วมกันจัดทำร่างผนวกการแลกเปลี่ยนข้อมูลฯ เพื่อใช้เป็นเอกสารสำหรับกำหนดแนวทางในการแลกเปลี่ยนข้อมูลการวิจัยระหว่างโรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราชกับโรงเรียนนายเรืออากาศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นการดำเนินการตามแนวทางของกรอบความตกลงฯ ซึ่งได้ลงนามไปแล้ว ( 14 กรกฎาคม 2561) โดยร่างผนวกการแลกเปลี่ยนข้อมูลฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการวิจัยและพัฒนาอันเป็นความสนใจร่วมกันในด้านที่เกี่ยวข้องกับการรับรู้จากระยะไกลและการประมวลผลสัญญาณ (remote sensing and signal processing)
ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีหนังสือเชิญนายกรัฐมนตรีเข้าร่วมการประชุมภายหลังมีการทาบทามเจรจากันมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปี 2564 ซึ่งเชื่อมั่นว่า การเดินทางครั้งนี้ จักเป็นโอกาสให้ประเทศสมาชิกอาเซียนและสหรัฐฯ ได้ร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 45 ปี ความสัมพันธ์อาเซียน – สหรัฐฯ ผู้นำจะได้พบหารือ (in-person) เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในประเด็นต่างๆ เพื่อกำหนดทิศทางความสัมพันธ์ระหว่างอาเซียน-สหรัฐฯ ในอนาคต
การเดินทางเพื่อเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ มี นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ร่วมเดินทางด้วย
โดยในวันที่ 12 พ.ค. 65 นายกรัฐมนตรีจะมีกำหนดการสำคัญ ได้แก่ ผู้นำรัฐสภาสหรัฐฯ เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารกลางวันแก่ผู้นำอาเซียน ผู้นำอาเซียนพบหารือกับผู้แทนนักธุรกิจสหรัฐฯ ณ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ โดยประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำแก่ผู้นำอาเซียน ณ ทำเนียบขาว