สภาองค์กรของผู้บริโภค เรียกร้องให้บริษัทรถยนต์ 8 บริษัท กว่า 6 แสนคัน เร่งเปลี่ยนถุงลมนิรภัยยี่ห้อที่เสี่ยงต่อการเสียชีวิต นิติเวช ชี้ชัด ถุงลมนิรภัย เป็นสาเหตุหนึ่ง ด้าน ขนส่งทางบก แจง แจ้งเปลี่ยนมาตั้งแต่ปี 61 นายกฯยานยนต์ ยันเปลี่ยนฟรี อะไหล่-ค่าแรง ที่ไหนบ้าง เช็กเลย

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

11 พฤษภาคม 2565 นางสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสภาองค์กรของผู้บริโภค เปิดเผยว่า การเสียชีวิตเหตุจากถุงลมนิรภัยยี่ห้อ ทาคาตะ (Takata) เกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก และได้มีการเรียกคืนรถจำนวนเกือบ 100 ล้านคัน เพื่อเปลี่ยนถุงลมนิรภัยตั้งแต่ปี 2551 ขณะที่ประเทศไทยมีการขายรถหลายยี่ห้อ หลายรุ่น กว่า 1.7 ล้านคันที่ติดตั้งถุงลมนิรภัยดังกล่าว และได้มีการเรียกคืนเพื่อเปลี่ยนถุงลมไปแล้วบางส่วน

สารี อ๋องสมหวัง

 

แต่ยังมีรถยนต์อีกราว 6 แสนคันที่ยังไม่ได้รับการเปลี่ยนถุงลม  ตนจึงเรียกร้องให้บริษัทรถยนต์ทั้ง 8 บริษัท ได้แก่ ฮอนด้า บีเอ็มดับบลิว นิสสัน โตโยต้า มิตซูบิชิ มาสด้า เชฟโรเลต และฟอร์ด ที่จำหน่ายรถยนต์รุ่นต่างๆ ที่ติดตั้งถุงลมนิรภัยยี่ห้ออันตรายดังกล่าวในประเทศไทยมากว่าสิบปี เร่งดำเนินการเปลี่ยนถุงลมนิรภัยให้มีความปลอดภัยสำหรับผู้บริโภค โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

 

ทั้งนี้ สภาองค์กรของผู้บริโภคยังมีเครือข่ายองค์กรทั้งหมด 13 จังหวัด ที่ประชาชนผู้บริโภคสามารถเข้าร้องเรียนได้หากมีการเรียกเก็บค่าใช้จ่าย หรือผู้บริโภคผู้ใช้รถใช้ถนนสามารถตรวจสอบว่ารถของตัวเองเป็นรุ่นที่ต้องถูกเปลี่ยนถุงลมนิรภัยหรือไม่ โดยสามารถตรวจสอบได้จากหลายช่องทาง เช่น เว็บไซต์สภาองค์กรของผู้บริโภค https://www.tcc.or.th/appeal/warning-airbag (หรือสแกนคิวอาร์โค้ดด้านล่าง) เว็บไซต์ของกรมการขนส่งทางบก และเว็บไซต์ www.checkairbag.com

สภาองค์กรของผู้บริโภค จี้ 8 บ.รถยนต์ เร่งเปลี่ยนถุงลมนิรภัย คนขับเสี่ยงดับ

นอกจากนี้การเรียกคืนสินค้าที่ชำรุดบกพร่อง ของประเทศเพื่อนบ้าน อย่างเช่นประเทศเวียดนาม ในมาตรา 22 ของกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค ได้กำหนดวิธีการเรียกคืนสินค้าไว้ คือ ต้องประกาศเรียกคืนสินค้าในหนังสือพิมพ์รายวัน 5 วันติดต่อกัน หรือประกาศเรียกคืนสินค้าในรายการวิทยุหรือสถานีโทรทัศน์เป็นเวลา 5 วันติดต่อกัน ซึ่งการดำเนินการของประเทศเวียดนามถือว่าเป็นรูปธรรม ที่ประเทศไทยสามารถนำมาดำเนินการได้เช่นเดียวกัน

 

ด้านผศ.นพ.สมิทธิ์ ศรีสนธ์ หัวหน้าสาขาวิชานิติเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี และนายกสมาคมแพทย์นิติเวชแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมาในประเทศไทย เคยมีกรณีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ จากการชันสูตรยืนยันได้ว่า เป็นการเสียชีวิตจากชิ้นส่วนที่กระเด็นออกมาจากถุงลมนิรภัย ลักษณะบาดแผลจะฉีกขาดเป็นวงกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 3.5 ซม. บริเวณกลางหน้าอกด้านบน ลึกไปจนถึงกระดูกสันหลังช่วงคอ และพบชิ้นส่วนโลหะฝังตัวในกระดูกสันหลัง โดยสาเหตุเกิดจากชิ้นส่วนโลหะดังกล่าวที่ทะลุบริเวณคอและหน้าอกส่วนบน ทั้งนี้ชิ้นส่วนโลหะมีลักษณะเข้าได้กับชิ้นส่วนของถุงลมนิรภัย ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าเป็นยี่ห้อทาคาตะ

ขณะที่ นายชีพ น้อมเศียร ผู้อำนวยการสำนักวิศวกรรมยานยนต์ กรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า กรมฯ ได้รับรายงานปัญหาถุงลมนิรภัยบกพร่องดังกล่าว ตั้งแต่เริ่มมีข่าวการประกาศเรียกคืน (Recall) ในต่างประเทศ และจากการตรวจสอบพบรถที่มีถุงลมนิรภัยบกพร่องจำนวนทั้งสิ้น 1,725,816 คัน ในปี 2561 กรมการขนส่งทางบก จึงร่วมกับสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่ใช้รถที่ติดตั้งถุงลมนิรภัยที่บกพร่อง นำรถไปเปลี่ยนชุดถุงลมนิรภัยได้ฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งหลังจากมีการติดตามการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ทำให้สามารถแก้ไขชุดถุงลมนิรภัยไปได้จำนวน 1,045,336 คัน คิดเป็นร้อยละ 60.6 แต่ยังคงเหลือรถอีกจำนวน 680,480 คัน ที่ยังไม่ได้เปลี่ยนถุงลมนิรภัย

 

ปัจจุบันกำลังเตรียมดำเนินการในระยะที่ 2 คือ บูรณาการข้อมูลรถที่ยังไม่ได้แก้ไขชุดถุงลมนิรภัยเข้ากับฐานข้อมูลการชำระภาษีของกรมการขนส่งทางบก เมื่อรถที่อยู่ในข่ายต้องเปลี่ยนชุดถุงลมนิรภัยทำการชำระภาษีผ่านช่องทางใดก็ตาม จะมีการแจ้งเตือนให้นำรถไปเปลี่ยนชุดถุงลมนิรภัยเพื่อความปลอดภัย โดยคาดว่า ระบบจะสามารถใช้งานได้ภายในปลายปี 2565 นี้

 

อย่างไรก็ตาม ในระหว่างนี้ จะใช้สื่อช่องทางต่าง ๆ ของกรมฯ ในการประชาสัมพันธ์ให้เจ้าของรถได้รับทราบข้อมูลโดยเร็ว ทั้งนี้ เจ้าของรถสามารถตรวจสอบข้อมูลผ่าน www.checkairbag.com หรือนำรถเข้าไปที่ศูนย์บริการทุกสาขา หรือติดต่อผ่านฝ่ายบริการลูกค้าทางโทรศัพท์ (Call Center) ของแต่ละบริษัทรถยนต์ หรือติดต่อสายด่วน 1584 เพื่อสอบถามข้อมูลได้ตลอด 24 ชั่วโมง

 

โดยขณะนี้ได้มีการตั้งคณะทำงานจากหลายภาคส่วนนำเสนอ 3 หลักการ โดยแจ้งข้อมูลให้ผู้ครอบครองรถรับทราบ แจ้งเตือนทางเว็บไซต์สำหรับรถที่เข้าข่ายเสี่ยง และต้องสื่อสารให้เจ้าของรถรู้ตัว โดยได้มีการลงนาม MOU แก้ปัญหาเรื่องนี้ทำฐานข้อมูลของประชาชน ส่วนผู้ที่อยู่ต่างจังหวัดก็สามารถไปใช้บริการที่ศูนย์บริการสำนักงานขนส่ง หรือ ไปที่ตรวจสภาพตรอ.เพราะมีการประสานงานไว้แล้วเช่นเดียวกันว่า รถของท่านเข้าข่ายเสี่ยงต่อถุงลมนิรภัยยี่ห้อนี้หรือไม่

สภาองค์กรของผู้บริโภค จี้ 8 บ.รถยนต์ เร่งเปลี่ยนถุงลมนิรภัย คนขับเสี่ยงดับ

ขณะที่นายสุวัชร์ ศุภกาญจน์เดชากุล นายกสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ระบุว่า การประกาศเรียกคืน ได้ดำเนินการมาระยะหนึ่ง ตั้งแต่ปี 2556 และในปี 2561 โดยร่วมมือกับกรมการขนส่งทางบก ประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภคที่ใช้รถยนต์รุ่นที่ถูกเรียกคืน สามารถเข้าไปรับบริการเปลี่ยนชิ้นส่วนถุงลมได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทั้งค่าอะไหล่ และค่าแรง แม้ว่าจะเป็นรถที่ไม่ได้เข้ารับบริการที่ศูนย์บริการเป็นประจำก็สามารถเข้าไปเปลี่ยน และไม่มีระยะเวลากำหนด ในการเข้าไปเปลี่ยนถุงลมนิรภัย นอกจากนี้ สมาคมฯ ได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลการจดทะเบียนรถยนต์กับกรมการขนส่งทางบก เพื่อเพิ่มช่องทางการสื่อสารให้กับบริษัทรถยนต์สามารถติดต่อเพื่อแจ้งเตือนให้เจ้าของรถได้ทราบ รวมถึงได้มีการประสานเต็นท์รถมือสอง กับบริษัทต่างๆ ด้วยเช่นเดียวกัน

 

ทั้งนี้ บิรษัทเชฟโรเลต ค่ายรถยนต์สัญชาติอเมริกาที่เลิกทำตลาดในประเทศไทยไปตั้งแต่ 31 ธันวาคม 2020 ที่ผ่านมา ได้ออกมาเคลื่อนไหว เชิญชวนให้เปลี่ยนถุงลมนิรภัยกันด้วย โดยเฉพาะรุ่นครูซและโซนิค ทุกปี (คลิกอ่านรายละเอียด)