ขณะที่ นายชีพ น้อมเศียร ผู้อำนวยการสำนักวิศวกรรมยานยนต์ กรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า กรมฯ ได้รับรายงานปัญหาถุงลมนิรภัยบกพร่องดังกล่าว ตั้งแต่เริ่มมีข่าวการประกาศเรียกคืน (Recall) ในต่างประเทศ และจากการตรวจสอบพบรถที่มีถุงลมนิรภัยบกพร่องจำนวนทั้งสิ้น 1,725,816 คัน ในปี 2561 กรมการขนส่งทางบก จึงร่วมกับสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่ใช้รถที่ติดตั้งถุงลมนิรภัยที่บกพร่อง นำรถไปเปลี่ยนชุดถุงลมนิรภัยได้ฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งหลังจากมีการติดตามการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ทำให้สามารถแก้ไขชุดถุงลมนิรภัยไปได้จำนวน 1,045,336 คัน คิดเป็นร้อยละ 60.6 แต่ยังคงเหลือรถอีกจำนวน 680,480 คัน ที่ยังไม่ได้เปลี่ยนถุงลมนิรภัย
ปัจจุบันกำลังเตรียมดำเนินการในระยะที่ 2 คือ บูรณาการข้อมูลรถที่ยังไม่ได้แก้ไขชุดถุงลมนิรภัยเข้ากับฐานข้อมูลการชำระภาษีของกรมการขนส่งทางบก เมื่อรถที่อยู่ในข่ายต้องเปลี่ยนชุดถุงลมนิรภัยทำการชำระภาษีผ่านช่องทางใดก็ตาม จะมีการแจ้งเตือนให้นำรถไปเปลี่ยนชุดถุงลมนิรภัยเพื่อความปลอดภัย โดยคาดว่า ระบบจะสามารถใช้งานได้ภายในปลายปี 2565 นี้
อย่างไรก็ตาม ในระหว่างนี้ จะใช้สื่อช่องทางต่าง ๆ ของกรมฯ ในการประชาสัมพันธ์ให้เจ้าของรถได้รับทราบข้อมูลโดยเร็ว ทั้งนี้ เจ้าของรถสามารถตรวจสอบข้อมูลผ่าน www.checkairbag.com หรือนำรถเข้าไปที่ศูนย์บริการทุกสาขา หรือติดต่อผ่านฝ่ายบริการลูกค้าทางโทรศัพท์ (Call Center) ของแต่ละบริษัทรถยนต์ หรือติดต่อสายด่วน 1584 เพื่อสอบถามข้อมูลได้ตลอด 24 ชั่วโมง
โดยขณะนี้ได้มีการตั้งคณะทำงานจากหลายภาคส่วนนำเสนอ 3 หลักการ โดยแจ้งข้อมูลให้ผู้ครอบครองรถรับทราบ แจ้งเตือนทางเว็บไซต์สำหรับรถที่เข้าข่ายเสี่ยง และต้องสื่อสารให้เจ้าของรถรู้ตัว โดยได้มีการลงนาม MOU แก้ปัญหาเรื่องนี้ทำฐานข้อมูลของประชาชน ส่วนผู้ที่อยู่ต่างจังหวัดก็สามารถไปใช้บริการที่ศูนย์บริการสำนักงานขนส่ง หรือ ไปที่ตรวจสภาพตรอ.เพราะมีการประสานงานไว้แล้วเช่นเดียวกันว่า รถของท่านเข้าข่ายเสี่ยงต่อถุงลมนิรภัยยี่ห้อนี้หรือไม่
ขณะที่นายสุวัชร์ ศุภกาญจน์เดชากุล นายกสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ระบุว่า การประกาศเรียกคืน ได้ดำเนินการมาระยะหนึ่ง ตั้งแต่ปี 2556 และในปี 2561 โดยร่วมมือกับกรมการขนส่งทางบก ประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภคที่ใช้รถยนต์รุ่นที่ถูกเรียกคืน สามารถเข้าไปรับบริการเปลี่ยนชิ้นส่วนถุงลมได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทั้งค่าอะไหล่ และค่าแรง แม้ว่าจะเป็นรถที่ไม่ได้เข้ารับบริการที่ศูนย์บริการเป็นประจำก็สามารถเข้าไปเปลี่ยน และไม่มีระยะเวลากำหนด ในการเข้าไปเปลี่ยนถุงลมนิรภัย นอกจากนี้ สมาคมฯ ได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลการจดทะเบียนรถยนต์กับกรมการขนส่งทางบก เพื่อเพิ่มช่องทางการสื่อสารให้กับบริษัทรถยนต์สามารถติดต่อเพื่อแจ้งเตือนให้เจ้าของรถได้ทราบ รวมถึงได้มีการประสานเต็นท์รถมือสอง กับบริษัทต่างๆ ด้วยเช่นเดียวกัน
ทั้งนี้ บิรษัทเชฟโรเลต ค่ายรถยนต์สัญชาติอเมริกาที่เลิกทำตลาดในประเทศไทยไปตั้งแต่ 31 ธันวาคม 2020 ที่ผ่านมา ได้ออกมาเคลื่อนไหว เชิญชวนให้เปลี่ยนถุงลมนิรภัยกันด้วย โดยเฉพาะรุ่นครูซและโซนิค ทุกปี (คลิกอ่านรายละเอียด)