ด้านนายแพทย์ โอภาสการย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ระบุถึงสถานการณ์การระบาดโควิด19 ขณะนี้ มีแนวโน้มการติดเชื้อลดลง และลดลงอย่างรวดเร็ว โดยเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้
ขณะนี้ได้มีการเร่งรัดการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นสำหรับกลุ่มเป้าหมายอายุ 12 ถึง 17 ปี โดยแนะนำสามารถที่จะรับวัคซีนเข็มกระตุ้นขนาดครึ่งโดสได้ ส่วนเด็กประถม 5-11 ปี เป้าหมาย 5ล้าน 1แสนคน เข็มที่ 1 ฉีดไปแล้ว แล้ว 2ล้าน 8แสนคน คิดเป็นร้อยละ 54.5 ส่วนเข็มที่ 2 ฉีดไปแล้ว 8.9 แสนคน คิดเป็นร้อยละ 17.4
ทั้งนี้ ยังมีข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับการศึกษาสูตรไขว้ในเด็กเข็มที่ 1 ซิโนแวค และเข็มที่ 2 ตามด้วยไฟเซอร์ ห่างกัน 4 สัปดาห์ พบว่า ระดับภูมิต้านทาน มีแนวโน้มสูงไม่ต่างจากการฉีดไขว้ในผู้ใหญ่ โดยมีนักเรียนประสงค์รับวัคซีนสูตรนี้เพิ่มเติมจำนวน 1.6 แสนคน
นพ.โอภาสระบุอีกว่า การเปิดเรียนเป็นจุดหมายสำคัญ หากประเทศไทยจะเดินหน้าเข้าสู่โรคประจำถิ่น ซึ่งจะต้องเปิดก่อนมีการผ่อนคลายมาตรการสถานบันเทิงผับบาร์คาราโอเกะ โดยมาตรการของกระทรวงสาสุขมี 3 ขั้น อันดับแรกคือเรื่องของการฉีดวัคซีนโควิดที่ต้องครอบคลุมในกลุ่มเป้าหมายและเป็นไปตามเกณฑ์
ส่วนการตรวจATK คงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องตรวจเป็นระยะในเด็กแล้ว แต่จะตรวจต่อเมื่อเด็กมีอาการหรือมีความเสี่ยงเท่านั้น ซึ่งที่ผ่านมาในการเปิดสอบตามสถานศึกษาต่างๆเด็กกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อโควิดก็สามารถที่จะเข้าสอบได้ภายใต้มาตรการสาธารณสุข โดยที่ผ่านมา การติดเชื้อในสถานศึกษาถือว่ามีการติดเชื้อที่น้อย
ขณะที่เด็กในกลุ่มสัมผัสเสี่ยงสูงสามารถมาเรียนได้ แต่ขอให้ระมัดระวังในช่วงแรกสังเกตอาการกักตัว 5 วัน ส่วนเด็กที่ติดเชื้อแล้วไม่มีอาการก็จะให้กักตัว 7 วันก่อน และอีก 3 วัน สังเกตอาการ แต่หากมีความจำเป็นที่จะต้องมาทำกิจกรรมต่างๆ เช่น การสอบ สามารถมาสอบ มาเรียนได้ แต่อาจจะต้องมีการจัดรูปแบบแยกเฉพาะเพื่อความปลอดภัย
นพ.สราวุฒิ รองอธิบดีกรมอนามัย ระบุถึง มาตรการเปิดเรียนกรณีโรงเรียนไปกลับก็ยังคงเเบ่งเช่นเดียวกับโรงเรียนประจำคือกลุ่มผู้สัมผัสเสียงต่ำสามารถเรียนในพื้นที่สถานศึกษาตามปกติแต่ต้องมีการประเมินในระบบ Thai save Thai กลุ่มเสี่ยงสูงแบ่งเป็นกรณีไม่ได้รับวัคซีนโควิดมีอาการและไม่มีอาการแนะนำให้กักตัวเป็นเวลา 5 วันและติดตามเฝ้าระวังอีก 5 วัน และมาตรการที่สำคัญในการเปิดเรียนคือ ทุกโรงเรียนต้องผ่านการประเมิน Thai stop covid plus
ส่วนมาตรการเปิดเรียนในโรงเรียนประจำ โดยจะแบ่งเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ ผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ซึ่งในกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูงผู้ติดเชื้อ จะมีการจัดการเรียนการสอนหรือทำกิจกรรมในโซนเฉพาะเป็นเวลา 5 วัน และติดตามสังเกตอาการอีก 5 วันกรณีได้รับวัคซีนโควิด-19 ครบแนะนำ หากไม่มีอาการไม่แนะนำให้กักกัน
ศธ.เร่งคืนคุณภาพการศึกษาหลังโควิด19
ดร.อัมพร พินะสา เลขาธิการกพฐ.ได้ย้ำถึงความปลอดภัยในการเปิดภาคเรียน ในฐานะเป็นผู้นำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ จะให้ความมั่นใจกับผู้ปกครองคือทำโรงเรียนให้มีความปลอดภัยมากกว่าการอยู่ที่บ้านเด็กอยู่ที่บ้านปลอดภัยอย่างไรจะทำโรงเรียนให้ดีกว่า และทำโรงเรียนให้เป็นโรงเรียนแห่งความสุขมากกว่า จะช่วยผู้ปกครองเสมือนผู้ปกครองเด็ก และจะเติมเต็มในส่วนที่ผู้ปกครองไม่สบายใจ เช่น เด็กอยู่ที่บ้านเรียนไม่ทันคนอื่น คนไหนเรียนดีจะต่อยอด คนไหนอ่อนจะเติมเต็ม และได้ให้ทุกโรงเรียนประเมินตามมาตรการกระทรวงสาธารณสุขด้านความปลอดภัยทุกมิติ
ส่วน learning loss เด็กมาโรงเรียนในคราวนี้จะเริ่มจากการเติมความสุขก่อน จะไม่เร่งรีบให้ได้เรียนแต่จะเริ่มจากการประเมินสุขภาพอนามัยของเด็กว่าที่ผ่านมาเป็นอย่างไร โดยทำร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขและดูแลสภาพจิตใจของนักเรียนว่าในระหว่างที่ขาดจากโรงเรียนแล้วกลับมาเรียนเป็นอย่างไร นี่คือการคืนความรู้และความสุขให้กับนักเรียน
ด้าน นายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ระบุว่า อาชีวศึกษาเน้นให้ผู้เรียนมีสมรรถนะตรงกับความต้องการของผู้ประกอบการ จึงมีบริบทในเรื่องของการแก้ไขปัญหา learning loss ที่ผ่านมาได้ดำเนินการในเรื่องการขยายระยะเวลาวัดผลประเมินผลเมื่อสิ้นสุดเทอมแต่เมื่อสถานการณ์ของโควิดจึงขยายไปเป็นหนึ่งปีการศึกษาเพื่อให้ผู้เรียนได้มีโอกาสเข้าไปฝึกปฏิบัติในสถานที่จริงและใช้เครื่องมือเติมเต็มทักษะที่ขาดหายไปในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด สถานประกอบการที่นักศึกษาเข้าไปเรียนรู้ ทั้งในรูปแบบของการไปฝึกงานและการจัดการเรียนการสอนแบบทวิภาคี
โดยผู้ที่ให้การศึกษาคือสถานประกอบการมีความพร้อมในเรื่องของการควบคุมโควิด นั่นคือสิ่งที่เราต้องเข้าไปประเมินและการเข้าไปรับการเรียนรู้ผู้เรียนจะต้องมีความสมัครใจและเต็มใจเข้าไปเรียน ผู้ปกครองยินยอมที่จะให้เด็กเข้าไปเรียนในสถานประกอบการ ก็พร้อมที่จะสนับสนุนให้เด็กเข้าไปศึกษา ส่วนที่ไม่ประสงค์จะเรียนในรูปแบบทวิภาคีก็สามารถปรับรูปแบบการเรียนการสอนมาเรียนในชั้นได้เช่นเดียวกัน
นายวัลลภ สงวนนาม เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ระบุว่า ในชั้นเรียนมีความหลากหลายในเรื่องอายุ อาชีพ ซึ่งที่ผ่านมาได้ดำเนินการตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด การเปิดเทอมในครั้งนี้ สำนักงาน กศน.เตรียมความพร้อม เรื่องของพื้นที่ห้องเรียน ความสะอาด ฉีดวัคซีนกับบุคลากร ครู และจะมีการคัดกรองทุกครั้ง ส่วนการจัดกระบวนการเรียนการสอนได้เน้นให้ครูเตรียมความพร้อมจัดตามความต้องการของนักศึกษาโดยวัดความรู้พื้นฐาน เพื่อจะได้จัดการศึกษาให้ตรงกับความต้องการ
ตอนนี้ทุกโรงเรียนมีความพร้อมและมีความตั้งใจในการเปิดโรงเรียนโดยที่ผ่านมาได้ประชุมหารือถึงการเตรียมความพร้อม และประเมินนักเรียนในทุกระดับชั้นสถานตัวชี้วัดไหนที่ยังไม่บรรลุก็จะได้ทำการซ่อมเสริมให้กับนักเรียน เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ระบุ