ทั้งนี้ องค์การนิรโทษกรรมสากลประเมินว่า ในช่วง 2 ทศวรรษ ที่อดีตผู้นำเผด็จการเฟอร์ดินาน มาร์กอส ผู้เป็นบิดา ปกครองประเทศภายใต้กฎอัยการศึก มีคนถูกจำคุกราว 70,000 คน ถูกทรมาน 34,000 คน และถูกสังหารมากกว่า 3,000 คน ทั้งยังกอบโกยความมั่งคั่งของประเทศไปมหาศาล ระหว่าง 5,000 ถึง 10,000 ล้านดอลลาร์อีกด้วย
สำหรับการเลือกตั้งระดับชาติของฟิลิปปินส์ครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การเลือกตั้งประธานาธิบดีเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีรองประธานาธิบดี, สมาชิกวุฒิสภา 12 ที่นั่ง, สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 300 ที่นั่ง กับอีก 18,000 ที่นั่ง ทั่ว 7,600 เกาะ ได้แก่ นายกเทศมนตรี, รองนายกเทศมนตรี, ผู้ว่าราชการจังหวัด, รองผู้ว่าราชการจังหวัดและสมาชิกสภาท้องถิ่น
ส่วนผู้ที่มีสิทธิ์เลือกตั้ง มีจำนวน 67.5 ล้านคน จากประชากรทั้งหมด 110 ล้านคน โดยมากกว่า 1.7 ล้านคนอยู่ต่างประเทศ โดยคนที่อยู่ในประเทศใช้สิทธิ์กันเมื่อวานนี้ แต่คนที่อยู่ต่างประเทศ ใช้สิทธิ์ล่วงหน้ากันไปแล้วตั้งแต่ 10 เมษายน
ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง เลือกผู้สมัครได้เพียงคนเดียวในแต่ละตำแหน่ง ยกเว้นสมาชิกวุฒิสภา เลือกได้ 12 คน ซึ่งการดำรงตำแหน่งมีวาระแตกต่างกันไป โดยตำแหน่งประธานาธิบดี รองประธานาธิบดี และวุฒิสมาชิก อยู่ในวาระได้ 6 ปี ส่วนตำแหน่งอื่นๆ ที่เหลือ มีวาระแค่ 3 ปี