เบื้องต้นในคลิป พบว่า “ขาซ้าย” หมอนิติเวชคนดังกล่าว พยายามเทียบกับใบพัดเรือ ที่มีการใช้มือหมุดใบพัด หวังให้เข้าได้กับบาดแผล ซึ่งขาซ้ายมีแผล 8 แนว คาดว่า ถูกใบพัด 9-10 ครั้ง ส่วน “ขาขวา” มีแผล 5 แนว ถูกใบพัด 8 ครั้ง โดยใบพัดถือเป็นหลักฐานทางคดีที่ยึดไว้ แต่กลับนำมาให้แพทย์นิติเวชหญิง "คนสวย" ทดสอบ
ขณะเดียวกัน “อัจฉริยะ” อ้างอีกว่า คดีนี้มีตำรวจยศ พ.ต.อ.ขึ้นไป ยอมรับผิด พร้อมเปิดหลักฐานสนทนาว่า ผอ.สถาบันนิติเวช คุยกับอดีตศัลยแพทย์ โรงพยาบาลพระมงกุฎ ยอมรับว่า บาดที่ขาขวาของ “แตงโม” ไม่ได้เกิดจากใบพัดเรือ และตอนนี้ “ผบ.ตร.” ทราบเรื่องการกระทำครั้งนี้ของ บช.ภ.1 แล้ว
"เรามั่นใจว่าคดีนี้เป็นฆาตกรรม แต่ไม่ใช่การวางแผนฆ่าลวงหน้า อาจเป็นเพราะแตงโมไปทำขัดใจอะไรใคร แล้วทำให้เกิดความโมโห หลังจากนี้ต้องรอ ผบ.ตร.ออกมาเคลื่อนไหว ถ้ายังไม่ทำอะไรอีก ในช่วง 4 วันหลังจากนี้ จะมีผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง เดินทางไปพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ซึ่งบุคคลนี้เป็นเพืิ่อนร่วมรุ่นกับท่านนายกฯ โดยหลักฐานที่เปิดมาวันนี้ แค่ 50% เท่านั้น"
ส่วนประเด็นที่อัยการสั่งให้สอบเพิ่มกว่า 20 ประเด็น "อัจฉริยะ" บอกว่า เป็นเพราะสำนวนห่วย เลยต้องสอบเพิ่มมากถึงขนาดนี้ และฝากถึงคนที่บอกว่า การสอบเพิ่มจะเปลี่ยนคดีประมาทเป็นฆาตกรรมไม่ได้ว่า ให้ไปศึกษากฎหมายมาใหม่ เพราะหากสอบเพิ่มแล้วเจอหลักฐานใหม่ ก็สามารถแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มได้ และนำสำนวนมารวมกัน อัยการก็จะสั่งฟ้องคดีฆาตกรรม ไม่สั่งฟ้องคดีประมาท
ด้าน "นายตี๋" อ้างว่า ได้พูดคุยกับเพื่อนของ "ปอ" ตนุภัทร เลิศทวีวิทย์ หนึ่งในผู้ต้องหาบนเรือ โดยเรื่องปัสสาวะท้ายเรือ เป็นเรื่องเท็จ แต่กลุ่มผู้ต้องหามีการพูดคุยปรึกษากับตำรวจ จนเป็นที่มาขอคำให้การดังกล่าว
ส่วนนักโปรแกรมเมอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านจีพีเอส ระบุว่า จากการตรวจสอบเรือรุ่นดังกล่าว มีการออกแบบไม่ให้ดูดสิ่งของใดๆ จากท้องเรือ หรีือด้านข้างเรือไปโดนใบพัด