นายอดุล เมืองนา อายุ 54 ปี ลูกชายของผู้เสียชีวิตเปิดเผยว่า ผู้ที่ก่อเหตุคือน.ส.วิพา พวงมาลี และนายแสวง มนต์ฤาษี สองสามีภรรยา โดย น.ส.วิพานั้นเป็นอดีตลูกสะใภ้ของนางจำรัส ซึ่งก่อนที่จะมาได้กับลูกชายของนางจำรัส น.ส.วิพามีลูกติดมาด้วย 1 คน ชื่อนายหนึ่ง ปัจจุบันอายุ 49 ปี แต่มีปัญหาด้านสมอง มีอาการเบลอซึ่งก็ไม่ทราบว่ามาจากสาเหตุอะไร ต่อมาลูกนางจำรัสซึ่งเป็นสามีของ น.ส.วิพา เสียชีวิตลง น.ส.วิพาก็ไปได้สามีอีกหลายคน แต่ต่อมาได้บวชเป็นชีเพื่อรักษาอาการป่วยตามความเชื่อ กระทั่งได้รู้จักกับนายแสวง มนต์ฤาษี ชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งขณะนั้นบวชเป็นพระและได้เดินทางมาวัดแห่งหนึ่งที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ต่อมาจึงได้สึกมาอยู่กินกับ น.ส.วิพา ที่บ้านของ น.ส.วิพา ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งใน ต.นายม แต่ไม่ทราบว่า น.ส.วิพาสึกจากการเป็นแม่ชีแล้วหรือยัง แต่ยังคงนุ่งห่มผ้าสีน้ำตาลเข้มอยู่
ก่อนเกิดเหตุเมื่อ 3 วันก่อน น.ส.วิพาและนายแสวงอยู่อีกหมู่บ้านหนึ่งได้นำนายหนึ่งมาฝากให้นางจำรัส พรมมา อดีตแม่ย่าเป็นคนเลี้ยง จึงทำให้นางจำรัสและนายประเสริฐ ไม่พอใจ ต่อว่าไปหลายคำ เพราะนายหนึ่งกินเปลืองกาแฟวันละ 4 – 5 ซอง อาหารการกินต่าง ๆ ก็กินเยอะ ทำให้สองสามีภรรยาไม่พอใจ ขับรถจักรยานยนต์กลับไป แต่ก็ทิ้งลูกชายไว้ที่นางจำรัสกับนายประเสริฐเลี้ยง กระทั่งเช้าวันเกิดเหตุนายใหญ่ เมืองนา ลูกชายของนางจำรัส ได้ขับรถนำตัวนายหนึ่งไปส่งที่บ้านของ น.ส.วิพา ซึ่งอยู่ห่างกันประมาณ 20 กิโลเมตร
กระทั่งช่วงค่ำ น.ส.วิพากับนายแสวงได้ขี่รถจักรยานยนต์นำนายหนึ่งกลับมาส่งพร้อมกับมีการโต้เถียงกับ นางจำรัสและนายประเสริฐ มีการท้าทายกัน นายประเสริฐจึงเดินออกจากบ้านตรงไปหาสองผัวเมีย โดยไม่ทันได้ระวังตัว น.ส.วิพาจึงได้ใช้มีดปลายแหลมที่ใช้แกะสลักผลไม้ยาวประมาณ 1 คืบ แทงเข้าไปที่หน้าอกของนายประเสริฐ จนนายประเสริฐล้มลงท้ายทอยกระแทกพื้นถนน น.ส.วิพาจึงได้กระโดดขึ้นคร่อมจากนั้นได้ใช้มีดจ้วงแทงบริเวณหน้าอกหลายครั้ง นางจำรัสเห็นดังนั้นจึงวิ่งเข้าไปช่วยแต่ก็ถูก น.ส.วิพา แทงเข้าที่บริเวณหน้าท้อง จนได้รับบาดเจ็บ จึงได้ร้องเรียกให้เพื่อนบ้านออกมาช่วย ส่วนสองสามีภรรยาที่ก่อเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้เร่งติดตามตัวแต่ก็ยังไม่สามารถจับกุมตัวได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าอาการของนางจำรัส พรมมา นั้นถูกแทงเข้าที่หน้าท้องปลายมีดไปถูกลำไส้ใหญ่เป็นแผลยาวประมาณ 2 ซม. แพทย์จึงทำการผ่าตัดและเย็บลำไส้ใหญ่เรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อาการปลอดภัย หากไม่มีอาการแทรกซ้อนอาจจะอนุญาตให้กลับบ้านได้ในวันพรุ่งนี้ ส่วนศพของนายประเสริฐ นาคบุญ แพทย์ได้ผ่าพิสูจน์เรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนรับศพกลับไปบำเพ็ญกุศลที่บ้าน
ภาพ/ข่าว: อารีย์ สีแก้ว สำนักข่าวเนชั่น จ.เพชรบูรณ์