ต่อมาวันที่ 25 ก.พ. 2564 ครูปรีชา พร้อมด้วย นายวรยุทธ บุญวงศ์ใส ทนายความส่วนตัว ได้เดินทางไปที่ศาลจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อยื่นฎีกาต่อสู้ในคดีหลัก ที่ครูปรีชาฟ้องหมวดจรูญ ในข้อหาความผิดยักยอกทรัพย์สินหายหรือรับของโจร โดยผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 รับรองฎีกาและอนุญาตให้โจทก์ฎีกาได้ และศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกา ส่งให้ศาลฎีกาเพื่อพิจารณาพิพากษาตามรูปคดี
ล่าสุดวันนี้ 2 พ.ค. 2565 นายวรยุทธ บุญวงศ์ใส ทนายความส่วนตัวของครูปรีชา เปิดเผยว่า จากคดีอาญาหลักที่ ครูปรีชาฟ้องข้อหาความผิด ยักยอกทรัพย์สินหายหรือรับของโจร ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 รับรองฎีกาและอนุญาตให้โจทก์ฎีกาได้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาส่งให้ศาลฎีกาเพื่อพิจารณาพิพากษาตามรูปคดี เมื่อวันที่ 18 เม.ย.ที่ผ่านมา ศาลจังหวัดกาญจนบุรีได้ส่งหมายนัดให้ ครูปรีชา ใคร่ครวญ (โจทก์) และหมวดจรูญ วิมูล (จำเลย) เดินทางไปฟังคำพิพากษาของศาลฎีกา คดีหมายเลขดำที่ อ 1863/2561 และคดีหมายเลขแดง ที่ อ 1416/2562 ในวันที่ 7 มิ.ย. 2565 เวลา 09.00 น.ที่ศาลจังหวัดกาญจนบุรี ดังนั้นต้องมาพิจารณาดูข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่ศาลฎีกาท่านวินิจฉัยชี้ขาดเสียก่อน แล้วค่อยยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งยกคดีแพ่งขึ้นพิจารณาต่อไป แต่ก็ยังมีความเชื่อมั่นว่า “ความจริงก็คือความจริง”
สุพจน์ แก้วกาสี รายงาน