ที่ผ่านมาสำนักงบประมาณได้ตั้งงบชดเชยมาให้ไม่ครบ ทำให้ยอดคงค้างการใช้จ่ายตามมาตรา 28 พอกพูน และกรอบวงเงินไม่มีเหลือ เช่น เมื่อมีการใช้จ่ายไป 100 บาท และมีการตั้งงบประมาณชดเชยคืนมาในปีถัดไปที่ 100 บาท ก็จะไม่มีปัญหา แต่ขณะนี้จากการตั้งงบฯ ชดเชยน้อยกว่าเงินที่ใช้จ่ายไป ทำให้เงินที่ใช้จ่ายล่วงหน้าเกิดการสะสมเรื่อยๆ ทำให้รายจ่ายโป่งขึ้นมา
นายอาคม กล่าวอีกว่า ในส่วนของโครงการชดเชยรายได้เกษตรกร เช่น โครงการประกันรายได้ข้าวกระทรวงการคลังอยากให้มีการนำไปตั้งเป็นงบประมาณรายจ่ายประจำ แต่เนื่องจากอาจมีข้อจำกัดว่า ในการตั้งงบประมาณที่จะต้องมีรายละเอียด และความชัดเจนในการจ่ายชดเชยให้เกษตร เช่น เกณฑ์การจ่ายเงิน เป็นต้น ซึ่งขณะนี้กระทรวงพาณิชย์ยังไม่มีการเสนอรายละเอียดมา จึงเข้าใจว่าอาจจะมีการขอใช้งบตามมาตรา 28 เหมือนเดิม
ทั้งนี้กระทรวงการคลังจะเข้าไปดูในเรื่องของหลักเกณฑ์การจ่ายชดเชยให้ละเอียดมากขึ้น ซึ่งยังต้องดูราคาสินค้าในตลาด ณ ขณะนั้นด้วย ซึ่งขณะนี้ราคาสินค้าเกษตรขึ้นเกือบทุกรายการ ยกเว้นข้าวที่ราคายังไม่ปรับขึ้น ก็จะต้องไปดูเรื่องของซัพพลาย หรือ จำกัดปริมาณการผลิต ไม่เช่นนั้นข้าวก็จะล้นตลาดไปเรื่อย ส่งผลให้ราคาตกลงตลอด แต่มีกลไกของคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ที่จะเข้าไปดูแลในเรื่องนี้อยู่แล้ว
ขอบคุณข้อมูล ฐานเศรษฐกิจดิจิทัล