ในส่วนของสหรัฐ คาดว่าภาคการผลิตอุตสาหกรรรมจะได้รับผลกระทบจากสงครามที่กดดันให้ราคาวัตถุดิบพุ่งสูงขึ้น พร้อมกับปัญหา Supply Chain ที่รุนแรงขึ้น ทำให้ภาคการผลิตขยายตัวในอัตราชะลอลง ส่วนภาคการบริการยังคงขยายตัวได้ดี หนุนโดยตลาดแรงงานที่แข็งแกร่งและการระบาดของโอมิครอนที่ไม่ได้น่ากังวล
ส่วนเศรษฐกิจจีนอาจขยายตัวได้ราว 4.2%y/y ในไตรมาสแรกของปีนี้ ทว่า ผลกระทบจากการระบาดของโอมิครอนในจีน จะกดดันการฟื้นตัวเศรษฐกิจจีนในเดือนมีนาคมและมีโอกาสกดดันเศรษฐกิจจีนต่อเนื่องในไตรมาสที่ 2 หากการระบาดยังคงรุนแรงอยู่ ซึ่งตลาดประเมินว่า ยอดการผลิตอุตสาหกรรมจะโตลดลงเหลือ +4.0%y/y ส่วนยอดค้าปลีกอาจพลิกมา หดตัว -3.0%y/y จากผลของมาตรการ Zero COVID
ด้านญี่ปุ่น คาดว่าผลกระทบของสงครามจะกดดันให้ภาคการผลิตขยายตัวในอัตราชะลอลงเช่นกัน ส่วนภาคการบริการอาจขยายตัวในอัตราเร่ง จากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาด