เห็นต่างจาก คุณช่อ ครับ โดยเฉพาะประเด็นที่ว่า การชุมนุมต้องเกิดได้ทุกพื้นที่ เพราะแม้การชุมนุมจะเป็นการแสดงสิทธิเสรีภาพของประชาชน แต่ต้องเคารพสิทธิเสรีภาพของผู้อื่นเช่นเดียวกัน อย่างประเทศอังกฤษยังมีกฎหมายว่าด้วยเรื่องการชุมนุมในที่สาธารณะโดยเฉพาะ เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยและไม่กระทบผู้อื่น
ขณะที่ประเทศไทยเอง ก็ไม่ได้ห้ามชุมนุม หรือปิดกั้นการแสดงความเห็นแต่อย่างใด เพียงแต่ขอให้ทำตามกฎหมาย โดยในพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 ในมาตรา 10 ได้เปิดช่องให้ขออนุญาตชุมนุมไว้ โดยระบุว่า “ผู้ใดประสงค์จะจัดการชุมนุมสาธารณะ ให้แจ้งการชุมนุมต่อผู้รับแจ้งก่อนเริ่มการชุมนุมไม่น้อยกว่ายี่สิบสี่ชั่วโมง”
ในกฎหมายเขียนไว้ชัดเจนครับว่า ชุมนุมที่ไหนได้ และไม่ได้ โดยใน มาตรา 7 บัญญัติไว้ว่า “การจัดการชุมนุมสาธารณะในรัศมีหนึ่งร้อยห้าสิบเมตรจากพระบรมมหาราชวัง พระราชวัง วังของพระรัชทายาทหรือของพระบรมวงศ์ตั้งแต่สมเด็จเจ้าฟ้าขึ้นไป พระราชนิเวศน์ พระตำหนัก หรือจากที่ซึ่งพระมหากษัตริย์ พระราชินี พระรัชทายาท พระบรมวงศ์ตั้งแต่สมเด็จเจ้าฟ้าขึ้นไป หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ประทับหรือพำนัก หรือสถานที่พำนักของพระราชอาคันตุกะ จะกระทำมิได้”
หากไม่กำหนด หรือจัดโซนไว้ให้ คุณช่อ ลองคิดดูนะครับว่า หากวันหนึ่ง อยู่ๆ มีใครไม่รู้มาจัดชุมนุมหน้าบ้านคุณช่อ โหวกเหวกเสียงดัง ปิดทางเข้า-ออกบ้านจนไม่สามารถเดินทางได้ เราจะยังโอเคอยู่มั้ยครับ? ด้วยเหตุนี้เราจึงต้องมีกติกา มีเรื่องของการขออนุญาตในการจัดไว้ไงครับ
แนวคิดการจัดพื้นที่ชุมนุมให้เป็นสัดส่วนจึงถือว่าดีครับ เพราะมันจะไม่ส่งผลกระทบต่อส่วนรวม หรือกับผู้ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องที่จะต้องใช้ชีวิตประจำวัน