นายวิโรจน์ กล่าวถึงจำนวนผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ที่มีมากถึง 31 คน อาจจะส่งผลต่อการคะแนนความนิยมได้ว่า พรรคก้าวไกลและตนต้องแสดงจุดยืนนโยบายที่ชัดเจน ทั้งการบริการและจัดสรรงบประมาณ โดยเฉพาะงบที่เคยนำไปหล่อเลี้ยงกับผู้รับเหมาและไม่เคยถูกตัดงบ ที่ต้องนำไปใช้โครงการที่เกิดประโยชน์กับประชาชน และต้องตรากฎระเบียบที่เป็นธรรม เช่น ค่าธรรมเนียมในการจัดเก็บขยะหรือสิทธิ์ประโยชน์การจัดเก็บภาษีที่ดิน เชื่อว่าหากกฎกติกาที่เป็นธรรม จะนำเมืองไปสู่ความเป็นธรรมได้ ซึ่งจะเป็นแรงจูงใจให้นายทุนหรือคนตัวใหญ่มาร่วมพัฒนาเมือง
ขณะเดียวกันจุดยืนทางการเมืองของพรรคก้าวไกล กับการลงพื้นที่หาเสียงที่ต้องเผชิญกับกลุ่มคนเห็นต่าง นายวิโรจน์ ชี้แจงว่า จะต้องแสดงความจริงใจ เพราะไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคนที่เห็นตรงกันหรือต่างกัน ทุกฝ่ายต่างต้องการเห็น กทม. ดีขึ้นและถูกพัฒนาอย่างตรงไปตรงมา และงบประมาณถูกใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ เชื่อว่าหากมีจุดยืนที่ชัดเจนที่จะทำให้งบประมาณทุกบาททุกสตางค์ ตกถึงมือประชาชน ก็จะเป็นโอกาสที่ประชาชนจะพิจารณาพวกเรา พร้อมยืนยันเดินหน้าหาเสียง ทำงานอย่างเต็มที่แม้คะแนนความนิยมจะเป็นรองผู้สมัครบางคน โดยยึด 12 นโยบายสร้างเมืองที่เป็นธรรม