กทม.ยัน สนามหลวง เปิดให้ประชาชนใช้ปกติ ไม่มีการปิดกั้น
01 เม.ย. 2565 | tinakit_rat

กทม.ยัน สนามหลวง เปิดให้ประชาชนใช้ปกติ ตั้งแต่เวลา 05.00-22.00 น. ที่กำหนดระยะเวลาใช้และบำรุงรักษา เพราะ เป็นโบราณสถานและ CCTV ไม่สามารถจับภาพได้ทั่วถึงในยามวิกาล
ข่าว
01 เม.ย. 2565 | tinakit_rat

กทม.ยัน สนามหลวง เปิดให้ประชาชนใช้ปกติ ตั้งแต่เวลา 05.00-22.00 น. ที่กำหนดระยะเวลาใช้และบำรุงรักษา เพราะ เป็นโบราณสถานและ CCTV ไม่สามารถจับภาพได้ทั่วถึงในยามวิกาล
1 เมษายน 2565 จากกรณีสังคมออนไลน์กล่าวถึงการกั้นรั้วรอบพื้นที่บริเวณสนามหลวง ทำให้ประชาชนไม่สามารถใช้งานได้อย่างสะดวก ทั้งยังต้องลงมายืนรอรถโดยสารประจำทางบนถนน เนื่องจากทางเท้าแคบ ล่าสุด นายวสันต์ บุญหมื่นไวย์ ผู้อำนวยการเขตพระนคร กรุงเทพมหานคร (กทม.) ชี้แจง ว่า สนามหลวงเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ซึ่งใช้เป็นสถานที่สำหรับการจัดงานพระราชพิธี งานรัฐพิธี และงานที่พระมหากษัตริย์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้จัดขึ้น
ประกอบกับได้จดทะเบียนเป็นโบราณสถานตามกฎหมาย ว่าด้วยโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ และประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2520 กทม.จึงออกระเบียบกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการใช้ การบำรุง และการดูแลรักษาพื้นที่ท้องสนามหลวง พ.ศ.2555 เพื่อการดูแลรักษาเป็นการเฉพาะ
ที่ผ่านมาพื้นที่สนามหลวง ได้เปิดให้ประชาชนทั่วไปใช้พักผ่อนหย่อนใจและออกกำลังกายตามวันและเวลาที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนด คือเวลา 05.00-22.00 น. ดังนั้น ประชาชนสามารถใช้พื้นที่ท้องสนามหลวงได้ โดยมิได้ปิดกั้นสิทธิดังกล่าว และในปัจจุบันมีประชาชนใช้พื้นที่ท้องสนามหลวงออกกำลังกาย ทั้งการเดิน วิ่งจำนวนมาก
ส่วนกรณีที่ต้องกำหนดเวลาการเปิด-ปิด เนื่องจากพื้นที่ท้องสนามหลวงมีความกว้าง แม้จะมีกล้องวงจรปิด (CCTV) โดยรอบ แต่ไม่สามารถสอดส่องดูแลได้อย่างทั่วถึง โดยเฉพาะบริเวณกลางสนามและในยามวิกาล และการห้ามมิให้เล่นกีฬาบางชนิด หรือบางประเภท การห้ามนำสัตว์ หรือสิ่งของบางชนิด หรือบางประเภทเข้ามาในพื้นที่สนามหลวง เพื่อไม่ให้ก่อความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้อื่นเกินสมควรตามวิสัยและพฤติการณ์
“สำหรับทางเท้าบริเวณป้ายหยุดรถประจำทาง ได้สั่งการให้ฝ่ายโยธาสำรวจพื้นที่ เพื่อนำข้อมูลมาออกแบบการจัดการพื้นที่บริเวณดังกล่าวให้เกิดความสะดวกปลอดภัยกับประชาชนมากขึ้น และจะประสานสำนักการโยธา กทม.พิจารณาดำเนินการต่อไป” นายวสันต์กล่าว
ก่อนหน้านี้ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ได้ลงพื้นที่สำรวจปัญหาการใช้งานสนามหลวง ที่ถูกปิดกั้นด้วยรั้ว จนประชาชนไม่สามารถใช้งานได้อย่างสะดวก เมื่อเร็วๆนี้ โดยได้กล่าวว่า “หลวง” หมายถึง เป็นของประชาชน ใช้เงินภาษีประชาชน เช่น ถนนหลวง ไฟหลวง สนามหลวง จึงเป็นสนามของประชาชน ต้องให้ประชาชนได้ใช้อย่างสะดวกไม่ปิดกั้น หากตนเป็นผู้ว่าฯ กทม. จะเปิดสนามหลวงให้ใช้งานอย่างมีชีวิตชีวาเหมือนที่เคยเป็น โดยนำรั้วกั้นออกให้หมด เพื่อเปิดให้ประชาชนทำได้ทุกอย่างที่ถูกกฎหมาย ตั้งแต่เล่นว่าว ดูดวง ออกกำลัง ไปจนถึงกิจกรรมทางการเมือง
การดูแลความสะอาดและความปลอดภัยของสนามหลวง ยังสามารถทำได้โดย ไม่ต้องใช้รั้วกั้น สนามหลวงเป็นพื้นที่โล่ง ไม่มีใครซ่องสุม ก่ออาชญากรรมได้ จึงไม่จำเป็นต้องมีรั้วเพื่อความปลอดภัย ใช้เพียงตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ดูแลลาดตระเวนตามความเหมาะสม และกทม. ก็มีกล้องวงจรปิดรอบบริเวณอยู่แล้ว นอกจากนี้ยังต้องเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกให้ประชาชน เช่น ม้านั่ง ก๊อกน้ำดื่ม รวมถึงสร้างห้องน้ำถาวร ไม่ใช่แค่รถสุขาเคลื่อนที่อย่างที่มีในปัจจุบัน
หลังจากเสร็จสิ้นการสำรวจพื้นที่ นายวิโรจน์ ยังได้กล่าวเชิญชวนประชาชนร่วมกันแสดงความคิดเห็น ออกแบบการใช้สนามหลวง ในฐานะพื้นที่ของประชาชน โดยติดแฮชแท็ก #สนามหลวงใช้ทำอะไรดี เพื่อเป็นแนวทางการบริหารจัดการพื้นที่ หลังจากกรุงเทพฯ มีผู้ว่าฯคนใหม่
นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวยังรายงานอีกว่า นายวิโรจน์ ยังยืนยันอีกว่า ถ้าได้เป็นผู้ว่าฯ กทม.จะเปิดรั้วให้เข้าทำกิจกรรมรวมถึงเปิดพื้นที่เสวนาหรือไฮด์ปาร์คทางการเมืองได้ และได้ใช้เป็นนโยบายในการหาเสียง กรุงเทพฉบับวิโรจน์
"รั้วแบบนี้ผิดพ.ร.บ.โบราณสถานหรือไม่ รั้วแบบนี้ออกแบบโดยหลักศิลปะวัฒนธรรมที่ถูกต้องหรือไม่ ใครผ่านไปผ่านมาก็บอกว่า ขัดทัศนียภาพในสนามหลวง เสน่ห์ของสนามหลวงจริงๆคือลานกว้าง ในต่างประเทศไม่มีแบบนี้ คืนเสน่ห์ดั้งเดิมให้กับสนามหลวงเถอะ เลิกรบกวนสิทธิคนเดินเท้า อย่าไปจำกัดสิทธิการใช้สนามหลวงให้เป็นพื้นที่สาธารณะ ถ้าผู้ว่าฯกทม.หาวิธีการที่จะดูแลความสะอาดในสนามหลวงนอกจากรั้วไม่ได้ อย่าเป็นผู้ว่าฯเลย อย่าเอารั้วมาอ้าง ที่บอกว่าแก้ปัญหาคนไร้บ้านนั้น คนไร้บ้านก็นอนนอกรั้ว ดังนั้นรั้วเป็นการจำกัดสิทธิการใช้พื้นที่สาธารณะต่างหาก คนเป็นผู้ว่าฯสามารถสร้างสรรค์ในการดูแลความสะอาด และความปลอดภัยได้โดยไม่ต้องใช้รั้ว"นายวิโรจน์ กล่าวและว่า
หลังจากนั้น นายมหัศจักร โสดี โฆษกพรรคพลังธรรมใหม่ ได้ออกมาตอบโต้นายวิโรจน์ ว่า ที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคก้าวไกล ประกาศจะคืนสนามหลวงให้คนกรุงเทพฯ โดยอ้างความเท่าเทียมว่า ก่อนอื่นนายวิโรจน์ต้องหยุดเพ้อเจ้อ อย่าพูดเอาแต่ความมันส์ หรือคันปาก อยากจะพูดอะไรก็พูด เมื่อนายวิโรจน์ลาออกจาก ส.ส.มาเป็นผู้สมัครพ่อเมืองของคนกรุงเทพฯ ก็ต้องทำตัวให้เหมาะสม
นายมหัศจักร กล่าวต่อ สนามหลวง เป็นของคนไทยทั้งประเทศอยู่แล้ว เพราะเป็นเจ้าของประเทศแล้วจะทวงคืนจากใครไปให้ใคร แต่ในรายละเอียดสนามหลวง หรือ ทุ่งพระสุเมรุ หรือทุ่งพระเมรุ เป็นพื้นที่เขตพระราชฐานใช้เป็นสถานที่จัดพระราชพิธีต่างๆ เช่นพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯเป็นต้นในส่วนของประชาชนที่ต้องการจะใช้ประโยชน์หรือจัดทำกิจกรรมต่างๆ ก็ทำเรื่องขออนุญาต จากหน่วยงานที่ดูแลและรับผิดชอบ พื้นที่ หรือถ้าประชาชนจะเข้าไปเดินเล่น พักผ่อนหย่อนใจ ก็สามารถไปใช้บริการในเวลาเปิดให้บริการได้
"คำว่า หลวง คือที่ซึ่งเป็นของพระเจ้าแผ่นดิน หรือหมายถึงความเป็นใหญ่ เป็นที่เคารพ ไม่ใช่ตรรกวิบัติ ที่นายวิโรจน์ยกอ้างขึ้นมา โดยใช้ความหมายว่าของประชาชน หรือราษฏร เพื่อเปิดทางเป็นสถานทึ่ให้พวกสามกีบ พวกชังชาติ ร่วมกับต่างชาติทำกิจกรรม ดูหมิ่นดูแคลน สถาบันหลักของประเทศหรือไม่ ถ้าจริงก็ขอให้นายวิโรจน์ประกาศเป็นนโยบายลงแข่งผู้ว่าฯกทม.อย่างชัดแจ้งให้รู้ดำรู้แดงไปเลย ขออยากฝากไปนายวิโรจน์ให้ใช้ปัญญาไตร่ตรองและพิจารณาก่อนจะพูด อย่าสร้างกระแส สร้างวาทกรรมใส่ร้ายสถาบันโดยไม่ดูข้อเท็จจริง หรือว่าอะไรก็ตามที่มีคำว่า หลวง มันแสลงใจมากนักหรือครับท่าน" นายมหัศจักรกล่าว