นพ.สมศักดิ์ กล่าวอีกว่า สำหรับผู้ป่วยโอมิครอน ตามรายงานอาการผู้ป่วยกว่าครึ่งไม่มีอาการเลย แทบไม่ต้องกินยา ส่วนครึ่งที่มีอาการนั้น ก็จะดูความเสี่ยง เช่น อายุ โรคร่วม ประวัติวัคซีน หากฉีดครบแล้ว ไม่มีโรคร่วม แพทย์ก็จะพิจารณาเป็นรายๆ จ่ายยาฟ้าทะลายโจร ที่ตอนนี้ผู้ป่วยกว่า 20% ที่รักษาใช้ฟ้าทะลายโจร อีก 20% กว่าใช้ยาตามอาการ หรือใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ โดยข้อมูลของ ศ.พญ. กุลกัญญา โชคไพบูลย์กิจ รายงานว่าสามารถลดโอกาสเกิดอาการในผู้ป่วยได้ดี ทำให้อาการดีขึ้นได้เร็ว ดังนั้น เราก็อยากเก็บยาโมลนูพิราเวียร์และยาแพกซ์โลวิดไว้สำหรับผู้ป่วยที่มีข้อบ่งชี้ ซึ่งข้อมูลวิจัยปัจจุบันยาแพกซ์โลวิดเป็นยาเม็ดที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
ผู้สื่อข่าวถามว่า ตามข้อบ่งชี้ว่า ต้องให้ยาแพ็กซ์โลวิดแก่ผู้ป่วยที่มีอาการภายใน 5 วัน ซึ่งยังระบุว่าสามารถให้ผู้ป่วยที่ไม่ต้องนอนรพ.ด้วย รวมถึง HI หรือไม่ นพ.สมศักดิ์ กล่าวว่า จริงๆ หากเริ่มมีอาการ จะอยู่ที่ไหนก็ได้ ทั้ง Home Isolation หรือ HI หรือ OPD หากอาการเข้าข่ายสามารถรับยาได้ อยู่ที่ไหนก็ได้ ยึดตัวอาการเป็นหลัก
เมื่อถามว่าจะมีการสื่อสารประชาชนอย่างไร เนื่องจากเวลามียาใหม่เข้ามา ก็อาจทำให้เกิดการเลือกรับยาได้ จะมีแนวทางรักษาที่ชัดเจนอย่างไร นพ.สมศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์รับยาแพกซ์โลวิดจะคล้ายกับโมลนูพิราเวียร์ ซึ่งในแนวทางรักษาผู้ป่วยที่กรมการแพทย์ประกาศมาก่อนหน้านี้ก็มีระบุไว้ชัดเจน โดยจะจ่ายยาในผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปที่ต้องมีโรคป่วยด้วย พร้อมประวัติการฉีดวัคซีนไม่ครบหรือยังไม่ได้รับเลย
เมื่อถามถึงกรณีแพทย์จะเลือกใช้ยาโมลนูพิราเวียร์ และยาแพกซ์โลวิดอย่างไร นพ.สมศักดิ์ กล่าวว่า มีคู่มือไกด์ไลน์ออกมา ซึ่งยาโมลนูพิราเวียร์ออกฤทธิ์คล้ายฟาวิฯ หลักการใช้ตัวใดตัวหนึ่ง ส่วนแพ็กซ์โลวิดออกฤทธิ์แตกต่างกัน จริงๆตามหลักการใช้ร่วมกันได้ แต่ศึกษาวิจัยไม่ได้ใช้ร่วม ดังนั้น คู่มือไกด์ไลน์จึงระบุให้ใช้ตัวใดตัวหนึ่ง ซึ่งในคู่มือที่ผ่านมามีการระบุไว้แล้วว่า ต้องอายุ 60 ปีขึ้นไป มีโรคร่วม และเริ่มมีอาการ ถึงอาการปานกลาง เป็นต้น แต่ทั้งหมดอยู่ที่ดุลยพนิจของแพทย์ว่า จะใช้โมลนูพิราเวียร์ หรือแพกซ์โลวิด
เมื่อถามถึงผลข้างเคียงใช้ยาต้านไวรัสโมลนูพิราเวียร์และแพ็กซ์โลวิด ที่ผู้ป่วยต้องทราบ นพ.สมศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับยาทั้งสองชนิดนี้ตามรายงานยังไม่พบอาการข้างเคียงรุนแรง อย่างที่เจอตาเปลี่ยนสีในฟาวิพิราเวียร์ ในยาแพกซ์โลวิดและโมลนูพิราเวียร์ก็ไม่เจอ เพราะไม่มีสารเรืองแสง แต่อาจเกิดอาการเล็กน้อย เช่น คลื่นไส้ อาเจียน
ด้าน นพ.มานัส โพธาภรณ์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ช่วงบ่ายวันพรุ่งนี้ (25 มี.ค.) จะมีการประชุมสอบถามถึงการใช้ยาโมลนูพิราเวียร์ของรพ.ต่างๆ เพื่อให้ทราบว่าผลการใช้เป็นอย่างไร ซึ่งมีการติดตามตลอด ในส่วนของยาแพ็กซ์โลวิดก็จะมีการประชุมติดตามหลังจากมีการกระจายไปแล้วเช่นกัน