เบื้องต้นศาลอาญามีนบุรีพิจารณาคำร้องทั้ง 4 ฉบับแล้วเห็นว่า เนื่องจากคำร้องฉบับที่ 1 ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณา หรือลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์พิจารณา และมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ฎีกาแล้ว จำเลยจึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำร้องอีก ให้ยกคำร้อง
ส่วนคำร้องฉบับที่ 2 ถึงที่ 4 นั้น เป็นคำร้องที่อยู่ในอำนาจของศาลฎีกา ที่จะเป็นผู้พิจารณาและมีคำสั่ง จึงให้งดอ่านคำสั่งศาลฎีกา และส่งคำร้องพร้อมสำนวน รวมถึงซองคำสั่งไปยังศาลฎีกาเพื่อพิจารณา
ศาลฎีกามีคำสั่งว่า จำเลยยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษารับรองฎีกา ในความผิดฐานอื่น ซึ่งมิใช่ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดว่า มีเหตุอันสมควรที่ศาลฎีกาจะได้วินิจฉัยฎีกาของจำเลย โดยระบุชื่อผู้พิพากษาในศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์ เพื่อขอให้พิจารณาคำร้องของจำเลยไว้ด้วย
แต่ปรากฏว่า มิได้ดำเนินการตามคำร้องของจำเลยให้ครบถ้วน จึงให้ยกคำสั่งของศาลชั้นต้น ที่ไม่รับฎีกาของจำเลยในความผิดฐานอื่น ซึ่งมิใช่ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และให้ศาลชั้นต้นดำเนินให้เสร็จ แล้วให้ศาลชั้นต้นรวบรวมถ้อยคำสำนวนส่งคืนศาลฎีกา กรณีนี้จึงไม่จำต้องวินิจฉัยคำร้องอุทธรณ์ ไม่รับฎีกาในความผิดฐานอื่นของจำเลย ให้ยกคำร้อง ในชั้นนี้ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความศาลฎีกา
ขณะที่ “เสก” เปิดเผยว่า ขอบคุณศาลที่ให้โอกาส และยอมรับว่า วันนี้รู้สึกตื่นเต้นมากกว่าการเล่นคอนเสิร์ต และจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ทำให้ตัวเองต้องปรับตัวในการใช้ชีวิตมากขึ้นกว่าเดิม คิดใหม่ทำใหม่ ใจเย็นไม่ใจร้อน ส่วนขั้นตอนในเรื่องของคำสั่งคดีนั้น เป็นหน้าที่ของทนายความ ที่จะยื่นเอกสารเพิ่มเติมให้กับศาลพิจารณาประกอบคำร้อง
“ชีวิตครอบครัวทุกวันนี้ดีขึ้นกว่าเดิม โดยต่างคนต่างปรับตัวเข้าหากัน พยายามไม่ทะเลาะเบาะแว้งกันเหมือนเก่า และพยายามทำดีให้กัน”