โฆษกกองทัพเรือ แจงยิบ 4 ประเด็นสำคัญ โต้ “ยุทธพงศ์” ย้ำ นายหน้าจัดหา UAV อิสราเอล ไม่เกี่ยวนายหน้าเรือดำน้ำจีน การันตี UAV มีใช้หลายประเทศ จัดหาถูกต้อง โปร่งใส สั่งห้ามครูสอนภาษา เข้าพื้นที่ก่อสร้างท่าจอดเรือดำน้ำ ตั้งแต่ เดือนธ.ค. ปี64

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

พลเรือโท ปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกกองทัพเรือ ชี้แจงกรณี นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวหากองทัพเรือในการจัดหาอากาศยานไร้คนขับ (UAV) และโครงการท่าเรือดำน้ำ ว่า เรื่องทั้งหมดไม่เป็นไปตามที่กล่าวหา ในตรวจสอบเบื้องต้นแล้วไม่พบว่าบริษัทฯ ที่มายื่นข้อเสนอ UAV มีความเกี่ยวพันกับบริษัทเรือดำน้ำ และขอยืนยันว่ากองทัพเรือจัดหา UAV ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด มีใช้งานจริงในกองทัพของหลายประเทศ มีประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือในการใช้งานสูง ส่วนประเด็นครูสอนภาษานั้น กองทัพเรือได้ตรวจพบเองตั้งแต่ต้น และได้สั่งห้ามบุคคลเหล่านั้นเข้าพื้นที่ ตั้งแต่ ธ.ค.ปี 2564 พร้อมชี้แจงรายละเอียดที่ชัดเจน ดังนี้

ทร.แจงยิบ ประเด็นร้อน โต้กลับ “ยุทธพงศ์” กรณีนายหน้าจัดหา UAV มีความโปร่งใส

 

1.ข้อกล่าวหากกองทัพเรือเปลี่ยนแบบ UAV จาก Wing Loong ของประเทศจีน เป็น UAV แบบ Hermes 900 ของประเทศอิสราเอล เนื่องจากปัญหาความไม่โปร่งใสในโครงการจัดหาเรือดำน้ำของจีน โดยบริษัทที่นำ UAV แบบ Hermes 900 เข้ามา อยู่ในเครือข่ายบริษัทนายหน้าของเรือดำน้ำจีนเช่นกันนั้น จากตรวจสอบความความสัมพันธ์ของผู้ยื่นข้อเสนอ UAV ทุกรายเบื้องต้นแล้ว ไม่มีผลประโยชน์ร่วมกันและไม่พบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดหาเรือดำน้ำแต่อย่างใด ทั้งนี้โครงการจัดหา UAV เป็นการจัดซื้อโดยวิธีคัดเลือก กำหนดคุณสมบัติและขีดสมรรถนะตามความต้องการของกองทัพเรือ ซึ่งจะต้องมีการรับรองมาตรฐานด้านการบิน มีความน่าเชื่อถือและความพร้อมใช้งาน รวมทั้งมีความสามารถในการอยู่รอดสูง ในการปฎิบัติภารกิจทั้งทางทะเลและทางบก มีใช้งานในกองทัพของประเทศผู้ผลิต มีค่าใช้จ่ายต่ำ มีการฝึกอบรมและการถ่ายทอดเทคโนโลยี ตลอดจนมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลของโครงการฯ สูงสุด แต่เนื่องจากการจัดซื้อยังไม่เสร็จสิ้น จึงยังไม่สามารถให้รายละเอียดทั้งหมดได้

2.ข้อกล่าวหาว่า UAV แบบ Hermes 900 ของอิสราเอล เป็น UAV ที่ กองทัพเรือประเทศอื่นไม่เคยใช้งานมาก่อน รวมถึงมีประวัติการตกนั้น ขอชี้แจงว่า  UAV ของทุกบริษัทที่กองทัพเรือเชิญชวนยื่นข้อเสนอ มีใช้กันในหลายประเทศ และได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ขอให้วางใจว่ากองทัพเรือจะได้รับ UAV ที่ได้มาตรฐาน คุ้มค่ากับภาษีของประชาชนมาใช้งาน ส่วนเรื่องการตกของ UAV นั้น เป็นเรื่องเป็นไปได้ เหมือนการตกของเครื่องบินชนิดอื่นๆ ซึ่งจากข้อมูลการตกของ UAV ทั่วโลก อ้างอิงจากเว็ปไซด์ https://dronewars.net/drone-crash-database/ พบว่ามี UAV หลายประเทศทั้งของ อิสราเอล สหรัฐอเมริกา จีน อิตาลี ตุรกี ฯลฯ มีประวัติเกิดอุบัติเหตุเหมือนกันหมด ดังนั้นการตกของ UAV อาจจะไม่ได้เกิดจากความบกพร่องของระบบหรือความผิดปกติของเครื่องยนต์ แต่เกิดจากสาเหตุอื่นๆ เช่น การโดนต่อต้านจากฝ่ายตรงข้าม สภาพอากาศที่แปรปรวน ทักษะหรือประสบการณ์ของผู้บังคับเครื่อง UAV อย่างไรก็ตาม กองทัพเรือให้ความสำคัญอย่างมากกับความน่าเชื่อถือของระบบ มั่นใจได้ว่า ระบบ UAV ที่ซื้อจะได้รับดีที่สุดตามวัตถุประสงค์การใช้งาน และความต้องการของกองทัพเรือในวงเงินที่กำหนด  

ทร.แจงยิบ ประเด็นร้อน โต้กลับ “ยุทธพงศ์” กรณีนายหน้าจัดหา UAV มีความโปร่งใส

3.การจัดหา UAV ในครั้งนี้ ดำเนินการด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม ตามกฎหมาย และปฏิบัติต่อผู้ประกอบการทุกรายอย่างเท่าเทียม มีเอกสารหลักฐานอย่างชัดเจน มีขั้นตอน ตอบข้อสงสัยและข้อซักถาม รวมทั้งโครงการนี้ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมการจัดทำ “ข้อตกลงคุณธรรม ประจำปีงบประมาณ 65 ” โดยคณะกรรมการความร่วมมือการป้องกันการทุจริต (ค.ป.ท.) ได้จัดผู้สังเกตการณ์จากองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นตัวแทนจากภาคประชาชน ร่วมสังเกต และให้คำแนะนำตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุดโครงการ

 

4.ความคืบหน้าในการก่อสร้างท่าจอดเรือดำน้ำ และข้อสงสัยที่ว่า ผู้แทนบริษัท CSOC ที่รับผิดชอบโครงการสร้างท่าจอดเรือดำน้ำ เป็นผู้ได้รับการแต่งตั้งโดยถูกต้องหรือไม่ ขอชี้แจงว่า ผู้แทนที่ CSOC แต่งตั้ง มีเอกสารสัญญาที่ชัดเจน คือนาย Lang Qingxu ซึ่งเป็นผู้บริหารโครงการ และมีนายจักรพงษ์ วงศ์ธนปกรณ์ เป็นวิศวกรโครงการ มีคุณวุฒิวิศวกรโยธาระดับสามัญ ส่วนภาพที่นายยุทธพงศ์ นำมาเผยแพร่และบอกว่าเป็นครูสอนภาษานั้น กองทัพเรือ ตรวจพบว่า CSOC ได้จ้างบุคคลเหล่านี้จริง โดยทำหน้าที่ฝ่ายจัดซื้อ ไม่ได้ควบคุมงานทางวิศวกรรม ต่อมาภายหลังตรวจพบว่าคนเหล่านี้ไม่มีใบอนุญาตทำงานที่ถูกต้อง จึงไม่อนุญาตให้เข้ามาในพื้นที่โครงการก่อสร้างตั้งแต่ ธ.ค. 64 ซึ่งกองทัพเรือดำเนินการเรียบร้อยก่อนที่จะถูกกล่าวหาใน ก.พ. 65

 

กองทัพเรือ ขอยืนยันว่าจะเดินหน้าพัฒนากองทัพให้มีความทันสมัย เข้มแข็ง สามารถปฏิบัติภารกิจในการปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติทางทะเล เพื่อสร้างความมั่นคงปลอดภัยให้กับประชาชนและประเทศชาติ โดยคำนึงถึงการใช้งบประมาณให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด โปร่งใส ตรวจสอบได้ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของ พลเรือเอก สมประสงค์ นิลสมัย ผู้บัญชาการทหารเรือ

ทร.แจงยิบ ประเด็นร้อน โต้กลับ “ยุทธพงศ์” กรณีนายหน้าจัดหา UAV มีความโปร่งใส

ตามรายงานข่าวจาก ทร. สำหรับโครงการจัดหา ทร.UAV ของทร.ใช้วิธีการคัดเลือก จากบริษัทต่างๆ ที่ได้เสนอราคาเข้ามา และมีการพิจารณาคัดเลือกข้อดีข้อเสีย และความคุ้มค่า อย่างครบถ้วน เช่น ขีดความสามารถของ UAV ต้องเป็นแบบที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ผ่านการยอมรับการปฏิบัติการมาแล้วหรือ Well Proven/Combat Proven ต้องมีใช้งานในกองทัพของประเทศผู้ผลิต มี ชั่วโมบิน(ชม.)ใช้งานมาแล้วไม่น้อยกว่า 10,000 ชม.บิน ได้รับรองมาตรฐานด้านการบิน นอกจากนี้ ทร.ได้ถูกคัดเลือกเข้าร่วมการจัดทำข้อตกลงคุณธรรม มีผู้สังเกตการณ์จำนวน 4 นาย จากองค์กรต่อต้านคอรัปชัน (ประเทศไทย) เข้าร่วมสังเกตการณ์การดำเนินโครงการฯ ของ ทร.ตั้งแต่เริ่มต้น จนสิ้นสุดโครงการ

 

ในปัจจุบัน ทั่วโลกมีการใช้ UAV รุ่น Hermes 900 ประมาณ 11 ประเทศ ได้แก่ อาเซอร์ไบจาน บราซิล แคนาดา ชิลี โคลัมเบีย สหภาพยุโรป ไอซ์แลนด์ อิสราเอล เม็กซิโก ฟิลิปปินส์ และ สวิสเซอร์แลนด์ ซึ่งในจำนวนประเทศเหล่านี้ มีบางประเทศได้ถูกนำไปใช้กับกองทัพเรือ และหน่วยงานความมั่นคงในทะเล ได้แก่ กองทัพเรือชิลี และ European Maritime Safety Agency

 

โครงการจัดหา UAV เป็นความต้องการของ ทร. ที่จะใช้บินลาดตระเวนในพื้นที่ชายฝั่งรวมทั้งในทะเลเพื่อเฝ้าระวังป้องกันจากภัยอันตราย รวมทั้งช่วยเหลือค้นหาเรือที่ประสบปัญหาในท้องทะเล โดยเบื้องต้น มีบริษัทฯ ที่เข้าเสนอราคา จาก 5 บริษัท จาก อิสราเอล 2 บริษัท ตุรกี จีน และสหรัฐอเมริกา โดยแต่ละบริษัท มีการเสนอระบบอากาศยาน(ตัวเครื่อง) ,อุปกรณ์ติดตั้ง อาทิ เรดาห์ ชุดกล้อง,ระบบควบคุมการสื่อสาร อาทิ ผ่านดาวเทียม สถานีควบคุมภาคพื้นดิน ชุดสัญญาณระยะไกล ระบบสื่อสารวิทยุ ,การฝึกอบรม ฯลฯ

 

ขอขอบคุณเนื้อหาและสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : Sompong Nondhasa

 

logo-pwa

เพิ่ม NationTV

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด