จากปัญหาดังกล่าว สภาองค์กรของผู้บริโภค จึงได้ยื่นข้อเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ให้สนับสนุนประชาชนผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา ตามโครงการโซลาร์เซลล์ภาคประชาชนให้เพิ่มขึ้น เพื่อลดภาระค่าไฟฟ้าและเพิ่มรายได้ให้กับประชาชน โดยจากเดิมกำหนดราคารับซื้อไว้ที่ 2.20บาทต่อหน่วย ให้เปลี่ยนเป็นระบบเน็ตมิเตอริ่ง หรือระบบการคิดค่าไฟฟ้าแบบหักลบกลบหน่วย
ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้การไฟฟ้าฯ ต้องเสียค่าใช้จ่ายหรือเป็นภาระในการเปลี่ยนหรือเพิ่มมิเตอร์ไฟฟ้า และให้ขยายระยะเวลาการรับซื้อไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ภาคประชาชน จากเดิมที่กำหนดไว้ที่ 10 ปี เป็น 20-25ปี หรือตามอายุการใช้งานของแผงโซลาร์เซลล์ พร้อมทั้ง ให้จัดหาแหล่งทุนกู้ยืมดอกเบี้ยร้อยละหนึ่งบาทต่อปี เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ได้อย่างแท้จริง
ด้านนางรสนา กล่าวว่า รัฐบาลไม่มีการเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขให้กับประชาชน ทั้งยังมีการเพิ่มค่าผ่านท่อน้ำมันกลางทะเลที่มีอยู่แล้วตามราคาน้ำมันตลาดโลก ทำให้เกิดความไม่เป็นธรรม รวมถึงกลุ่มปิโตรเคมีที่ไม่ต้องจ่ายภาษีไม่จ่ายเงินเข้ากองทุน กลายเป็นภาระของประชาชน และค่าไฟสำรองเกินเยอะมากแต่รัฐบาลยังรับซื้อ จึงอยากให้รัฐบาลพิจารณาข้อเสนอแนะเพื่อช่วยเหลือประชาชน
ขณะที่นายสมภพ พัฒนอริยางกูล โฆษกกระทรวงพลังงาน ได้เข้ารับหนังสือ พร้อมกล่าวว่า กระทรวงพลังงาน รับทราบข้อเสนอและจะนำเสนอรัฐมนตรีต่อไป