นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าวต่อไปว่า จากรายงานการศึกษาสภาวะสุขภาพช่องปากและพฤติกรรม ที่เกี่ยวกับสุขภาพช่องปากของหญิงตั้งครรภ์ที่มารับบริการในโรงพยาบาล สังกัดกระทรวงสาธารณสุข ปี 2563 พบว่า หญิงตั้งครรภ์ฟันผุร้อยละ 50.5 แม่ที่มีฟันผุหลายซี่จะมีปริมาณเชื้อแบคทีเรียในช่องปากมาก มีโอกาสสูงที่จะถ่ายทอดเชื้อจากแม่สู่ลูกมากขึ้น ทำให้ลูกมีความเสี่ยงสูงในการเกิดโรคฟันผุ
นอกจากนี้ มีการศึกษาที่แสดงให้เห็นว่า โรคปริทันต์อาจเป็นปัจจัยเสี่ยงของการเกิดภาวะคลอดก่อนกำหนดและเด็กมีน้ำหนักแรกเกิดน้อยได้ ดังนั้น การได้รับบริการขูดหินน้ำลาย และทำความสะอาดช่องปากจะช่วยลดภาวะเหงือกอักเสบ ส่วนการอุดฟันช่วยลดปริมาณเชื้อแบคทีเรียในช่องปากหญิงตั้งครรภ์
"ทั้งนี้ หญิงตั้งครรภ์ควรดูแลฟันของตนเองเป็นพิเศษ เพราะหากมีปัญหาเหงือกอักเสบและฟันผุ จะส่งผลให้เกิดความผิดปกติกับเหงือกและฟันของลูกได้ เนื่องจากฟันน้ำนมของลูกเริ่มสร้างตั้งแต่ทารกอยู่ในครรภ์มารดาเพียง 6 สัปดาห์เท่านั้น หากแม่ได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วนจะส่งผลให้ลูกมีการสร้างหน่อฟันที่ผิดปกติ ลูกจะเกิดฟันผุง่าย"
"หญิงตั้งครรภ์จึงควรแปรงฟันตามสูตร 2-2-2 คือ แปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง แปรงฟันนานอย่างน้อย 2 นาที ไม่กินอาหารและเครื่องดื่มหลังแปรงฟัน 2 ชั่วโมง ทำความสะอาดซอกฟันด้วยไหมขัดฟัน เพื่อลดโอกาสที่จะสูญเสียฟันเพิ่มขึ้น เข้ารับการตรวจฟันและทำความสะอาดฟัน ฟรี ณ หน่วยบริการที่ขึ้นทะเบียนกับ สปสช." อธิบดีกรมอนามัยกล่าว