ส่วนกรณีที่มีพยาบาลวิชาชีพ เข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานในเดือนตุลาคม 2564 ที่ผ่านมา เรื่องมอร์ฟีนของโรงพยาบาลบ้านฝางหายจำนวน 25 หลอด ว่า บอกตรงๆว่า ไม่ทราบเรื่อง เพราะมอร์ฟีนหายเกิดขึ้นในช่วงที่ยังไม่ย้ายมา แต่เมื่อมาแล้วก็พอทราบจากรายงานว่า มีเหตุการณ์มอร์ฟีนหายเจริง แต่ยังไม่ทราบว่า มีการดำเนินการกรณีดังกล่าวไปถึงไหนแล้ว และกรณีมอร์ฟีนหายนั้น ต้องตรวจสอบอย่างละเอียดว่า มีบุคคลใดเกี่ยวข้องบ้าง ถ้าเป็นบุคลากรและเจ้าหน้าที่ในรพ.ก็จะถูกดำเนินการเอาผิดทางวินัย รวมถึงต้องแจ้งความร้องบทุกข์เอาผิดทางอาญากับคนลงมือก่อเหตุด้วย ซึ่งในเบื้องต้นทราบว่า การก่อเหตุนั้น มีการเบิกมอร์ฟีนถูกต้องทุกอย่าง แต่รายชื่อที่เป็นผู้เบิกออกไปนั้น กลายเป็นผู้ป่วยที่เสียชีวิตไปแล้ว อย่างไรก็ตาม กรณีความผิดทางวินัยนั้น ถ้าขณะนี้คนก่อเหตุ ลาออกไปแล้ว อาจจะไม่สามารรถเอาผิดทางวินัยได้ แต่สามารถดำเนินคดีทางอาญาได้ ซึ่งหากการตรวจสอบเสร็จสิ้น ผอ.รพ.บ้านฝางต้องให้ฝ่ายกฎหมาย แจ้งความร้องทุกข์เอาผิดตามกฏหมายกับบุคคลรายดังกล่าวได้ ซึ่งทราบว่า ผอ.รพ.บ้านฝาง มีการตั้งกรรมการขึ้นมาตรวจสอบแล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบจึงยังไม่ได้ข้อสรุป ซึ่งจะลงพื้นที่ ตรวจสอบตามคำร้องเรียน รวมถึงให้กำลังใจบุคลากรในรพ.บ้านฝางด้วย
ทางด้าน พ.ต.อ.อิทธิพล เนตรไธสง ผกก.สภ.บ้านฝาง จ.ขอนแก่น กล่าวถึงกรณีที่พยาบาล รพ.บ้านฝาง แจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ กรณีมอร์ฟีนหาย 25 หลอดว่า มีพยาบาลมาแจ้งความจริง เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2564 หลังจากได้ที่มีการรับแจ้งความ พนักงานสอบสวน และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนร่วมกันลงไปตรวจที่เกิดเหตุกับทางเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลบ้านฝาง ในเบื้องต้นจากการตรวจสอบทราบว่า เกิดจากเจ้าหน้าที่ภายในโรงพยาบาล มีการเซ็นเบิกจ่ายออกไปใช้ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งให้ทางผู้อำนวยการโรงพยาบาลทราบ
ในส่วนของพยาบาลที่มาแจ้งความก็ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งเมื่อตำรวจแจ้งให้ ผอ.โรงพยาบาลทราบแล้ว โรงพยาบาลจะมีขั้นตอนการตั้งคณะกรรมการสอบสวนภายใน เพื่อหาผู้รับผิดชอบหรือไม่นั้น เป็นเรื่องภายในของทางโรงพยาบาล เพราะในส่วนของทางตำรวจ ได้มีการตรวจสอบในที่เกิดเหตุเรียบร้อยแล้ว พบว่าไม่ได้เกี่ยวกับการลักทรัพย์ หรือไม่ได้เกี่ยวกับบุคคลภายนอก แต่เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ภายในที่มีการเซ็นเบิกจ่ายมอร์ฟีนออกไปใช้ ถือว่าตำรวจปฏิบัติหน้าที่ทำตามระเบียบและลงบันทึกประจำวันไว้แล้ว และได้แจ้งให้ทางผู้อำนวยการรวมถึงเจ้าหน้าที่ รพ.บ้านฝางได้ทราบแล้วว่า หากต้องการให้ตำรวจสอบสวนดำเนินคดีก็ให้ทำหนังสือมอบอำนาจตามระเบียบราชการและเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีได้ แต่จนถึงขณะนี้ ก็ยังไม่มีข้อสรุปมาให้ทางตำรวจ ซึ่งเชื่อว่า เมื่อขั้นตอนการตรวจสอบภายในเสร็จสิ้น ผอ.น่าจะมีหนังสือแจ้งความร้องทุกข์มาถึงตำรวจ ตำรวจจึงจะดำเนินการสอบสวนในคดีอาญาได้
โดย พรพรรณ เพ็ชรแสน