นายเชาว์ กล่าวต่อว่า สำหรับข้อเรียกร้องของชาวบ้านในชุมชนตอนนี้เราไม่ได้ต้องการที่จะอยู่ในจุดเดิม ไม่ได้ต้องการเงิน เราแค่ต้องการที่อยู่ ที่ซุกหัวนอน เนื่องจากตามหมายศาลฟ้องไร่ที่ชาวบ้านต้องออกภายในวันที่ 31 มี.ค.นี้ ซึ่งตลอดระยะเวลา2ปี ที่ชาวบ้านต่อสู้มา ได้มีมติ ครม. แก้ไขปัญหานี้ คือให้ทางการรถไฟจัดสรรที่อยู่ให้ชาวบ้าน และให้การเคหะเช้ามาช่วยดูแลเรื่องปลูกสร้างอาคารที่พักอาศัย โดยชาวบ้านทำการเช่าซื้อ และจ่ายค่าเช่าที่ดินเอง ซึ่งชาวบ้านยินยอมที่จะย้ายออกไปอยู่ที่ใหม่ และทางการรถไฟก็ได้จัดสรรที่ให้บริเวณใกล้ชุมชนหมอเหล็ง
นายเชาว์ บอกอีกว่า ในขณะที่ชาวบ้านกำลังย้ายออกตามผลบังคับของกฎหมาย แต่โครงการที่อยู่ใหม่ยังไม่ได้เริ่ม เพราะการรถไฟยังไม่ส่งมอบที่ให้การเคหะในการสร้างที่พักอาศัย ชาวบ้านยินดีจะย้ายออกหากการรถไฟ หาที่พักชั่วคราวให้ในระหว่างรอที่พักใหม่ ซึ่งตอนนี้ยังไม่ได้รับคำตอบอะไรจากการรถไฟ ชาวบ้านจะไปต่อก็ไปไม่ได้ จะอยู่ก็อยู่ไม่ได้ ในที่ประชุมรับปากว่าจะช่วยเรา แต่การกระทำมันตรงกันข้าม
“การย้ายที่อยู่สำหรับคนๆหนึ่งมันไม่ใช่เรื่องง่าย เหมือนการนับศูนย์เริ่มต้มใหม่ เพราะเราต้องไปอยู่ เรียนรู้พื้นที่ใหม่ หาอาชีพใหม่ ที่ไม่มีอะไรแน่นอนเลยสักอย่าง ไม่รู้ว่าจะดำรงชีวิตอย่างไร วันนี้จะมีรายได้มาเลี้ยงครอบครัวไหม แค่ความแน่นอนในที่ซุกหัวนอนของพวกเรา ยังถูกดึงกันไปดึงกันมา จะให้เราย้ายออกจากที่เดิมโดยไม่มีจุดหมายพวกเราจะไปอยู่ที่ไหน นั้นคือสาเหตุที่หลายครั้งการรถไฟหาที่อยู่ใหม่ให้ชาวบ้านแต่ไม่ประสบความสำเร็จ”