ด้าน ดร.สุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวว่า ในโอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ยังได้ตรวจติดตามโครงการอาชีวะสร้างโอกาสทางการศึกษาให้เยาวชน เพื่อผลิตกำลังคนของประเทศ “อาชีวะอยู่ประจำ เรียนฟรี มีอาชีพ” ณ วิทยาลัยการอาชีพสุไหงโก-ลก ซึ่งเป็นพื้นที่ชายแดน ของ 3 จังหวัดภาคใต้ เพื่อรองรับนักเรียนที่ขาดโอกาสให้ได้รับโอกาสในการศึกษาต่อ ไม่หลุดจากระบบของการศึกษา และในความพิเศษของพื้นที่ และการเรียนการสร้างอาชีพ นักเรียนอยู่ประจำทุกคน จะมีกิจกรรมเป็นของตนเองในการสร้างรายได้ระหว่างเรียน เช่น การผลิตน้ำดื่มเพื่อการจำหน่าย การทำฟาร์มแบบเศษฐกิจพอเพียง และนำผลผลิตทางการเกษตรออกจำหน่าย เป็นต้น
นอกจากนี้ นางสาวตรีนุช ยังได้เข้าเปิดงาน “SAFE สถานศึกษาปลอดภัย สัญจร” ณ โรงเรียนนราธิวาส อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส โดยกล่าวขอบคุณทุกหน่วยงานและทุกภาคส่วนที่เห็นความสำคัญ และมีความตื่นตัวต่อความปลอดภัยของเด็ก และเยาวชน ซึ่งเป็นลูกหลานของเรา เพราะภัยที่หลากหลายมาถึงลูกหลานของเราได้อย่างไม่รู้ตัว ทั้งภัยที่เกิดจากการใช้ความรุนแรงของมนุษย์ ภัยที่เกิดจากอุบัติเหตุ ภัยที่เกิดจากการถูกละเมิดสิทธิ์ และภัยที่เกิดจากผลกระทบต่อสุขภาวะทางกายและจิตใจ
“โดยเฉพาะภัยจากสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งกำลังเป็นภัยคุกคามเด็กและเยาวชนรุนที่แรงมากขึ้น มีความถี่ของเหตุการณ์บ่อยครั้งขึ้น ทั้งด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือถูกรังแกจากผู้ไม่หวังดี ซึ่งสื่อออนไลน์เปรียบเสมือนเป็นดาบสองคม ที่มีด้านบวกเป็นคุณต่อระบบการศึกษา เห็นได้อย่างชัดเจนในช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ที่สื่อออนไลน์เอื้อประโยชน์ต่อการปรับรูปแบบการเรียนการสอนเป็นอย่างมาก แต่ผลด้านลบก็มีไม่น้อยกว่ากัน ทั้งสื่อลามกอนาจาร การพนัน สารเสพติดค่านิยม พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ตลอดจนการเสพติดเกมออนไลน์ ซึ่งเหล่านี้นับเป็นภัยระดับบุคคลที่ไม่อาจมองข้าม” นางสาวตรีนุช กล่าว
ทั้งนี้ ภัยจากสื่อสังคมออนไลน์ เกิดขึ้นในหลากหลายรูปแบบ เช่น การถูกล้อเลียน แฉประจาน ทำให้อับอาย เสียใจ กีดกันออกจากกลุ่มเพื่อนถูกติดตามคุกคามความเคลื่อนไหวของเด็กทางสื่อออนไลน์ ที่ทำให้รู้สึกหวาดกลัวไม่ปลอดภัย หรือไม่สบายใจ ถูกล่อลวงทางเพศ ให้พูดคุยเรื่องเพศที่ไม่เหมาะสม ถูกแบล็กเมลทางเพศ ถูกข่มขู่เรียกเงิน หรือ แสวงหาประโยชน์อย่างอื่น โดยผู้กระทำใช้ภาพหรือวิดีโอทางเพศของเด็ก ซึ่งเด็กและเยาวชนที่ได้รับผลกระทบ มักไม่กล้าที่จะเล่า หรือปรึกษากับใคร แม้กับเพื่อนๆ ภายในกลุ่มด้วยกัน
ดร.อัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวเสริมว่า ศูนย์ MOE Safety Center ภายใต้การดูแล ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เป็นกลไกหนึ่งในการรับแจ้งข่าวสารที่จะเป็นความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของเด็ก ๆ โดยเรามีแอปพลิเคชันที่เป็นแพลตฟอร์มดิจิทัล
ซึ่งทุกคนสามารถโหลดเพื่อใช้งานในการแจ้งเหตุความไม่ปลอดภัยในสถานศึกษาผ่านโทรศัพท์มือถือได้แล้ว และการแจ้งเหตุที่สะดวกจะช่วยให้เราสามารถรับทราบความเสี่ยง หรือความไม่ปลอดภัยของเด็กและเยาวชนที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้เกี่ยวข้องสามารถเข้าแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที
“ดิฉันจึงขอเชิญชวนให้ครู บุคลากรทางการศึกษา นักเรียน และเยาวชน รวมถึงผู้ปกครองทุกท่านร่วมกันดาวน์โหลดแอปพลิเคชันของ MOE Safety Center และร่วมเป็นสายตรวจเฝ้าระวังความเสี่ยง และภัยที่อาจจะเกิดขึ้นกับลูกหลานของเรา” นางสาวตรีนุช กล่าว