นพ.จเด็จ กล่าวว่า ขณะนี้ สปสช. ได้ประชาสัมพันธ์รับอาสาสมัครเข้ามาช่วยตอบไลน์มากขึ้น ขณะนี้มีผู้แจ้งความจำนงมาแล้ว 80 คน รวมกับของเดิมที่มีอยู่ 18 คน จะเป็นเกือบ 100 ราย
ขณะเดียวกันก็มีการจัดโอนสายโทรศัพท์กลับไปยังหน่วยบริการที่พร้อมรับโทรศัพท์ เช่น กรุงเทพมหานคร (กทม.) มี 20 เขต หรือสายด่วนสำนักงานประกันสังคม (สปส.) 1506 โดยระหว่างรอสายเจ้าหน้าที่จะคอยติดตามและยังไม่วางสายจนกว่าจะสามารถติดต่อปลายทางได้
“บางกรณีคู่สายจำนวน 3,000 คู่สายไม่เต็ม แต่เจ้าหน้าที่รับสายไม่ทัน เนื่องจากมีสายโทรเข้ามาพร้อมกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งเคยพบสูงสุดอยู่ที่ 1,800 สายต่อวินาที ซึ่งในวันที่ 4 มี.ค. 2565 จะมีการว่าจ้างบริษัทเพื่อเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่เข้ามานั่งประจำการอีก 150 คน หลังวันที่ 4 มี.ค.นี้ จะมีคนรับโทรศัพท์ทั้งสิ้นวันละ 600 คน” นพ.จเด็จ กล่าว
สำหรับการเบิกจ่ายของหน่วยบริการขณะนี้ สปสช. จ่ายเงินไปแล้วทั้งสิ้น 9.8 หมื่นล้านบาท และยังติดค้างอยู่ ประมาณ 3,000 ล้านบาท โดยความล่าช้าเกิดจาก 2 กรณี ดังนี้
- เอกสารที่ส่งเบิกไม่ตรง เช่น ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าส่งอาหารให้ผู้ครบ ซึ่งมีไม่เกิน 3% ของหน่วยบริการที่ยื่นเบิกจ่ายทั้งหมด หรือพิสูจน์ตัวตนของผู้เข้ารับบริการไม่ได้
- หน่วยบริการที่เบิกเข้ามาแล้ว แต่ สปสช. ยังรองบประมาณจาก พ.ร.ก.กู้เงิน ซึ่งได้ขอไปที่ 5.1 หมื่นล้านบาท
ขอบคุณข้อมูล : สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ