...RT-PCR และ ATK
ต้องทำความเข้าใจให้ดีว่า การรายงานเฉพาะตัวเลขผู้ติดเชื้อยืนยันจาก RT-PCR นั้นถือว่าเป็นตัวเลขที่ต่ำกว่าสถานการณ์จริงอย่างแน่นอน เพราะปัจจุบันมีการสนับสนุนให้ใช้ ATK เป็นหลัก และหากตรวจเป็นผลบวก ก็มีการนำเข้าสู่ระบบการดูแลรักษาตามกระบวนการที่กำหนด ทั้งนี้คนที่จะได้รับการตรวจ RT-PCR ในปัจจุบันนั้นมีจำกัด แม้จะมีคนที่ตรวจได้ผลบวกจาก ATK ไปตรวจยืนยันด้วย RT-PCR ซ้ำ ก็มักเป็นคนที่มีข้อบ่งชี้ที่ชัดเจน เช่น อาการหนัก หรือคนที่มีเศรษฐานะ ซึ่งแนวโน้มเป็นสัดส่วนที่น้อยในสังคม
นอกจากนี้การติดเชื้อสายพันธุ์ Omicron ก็มีข้อมูลทางการแพทย์ชัดเจนว่ารุนแรงน้อยกว่าเดลตา โอกาสที่ติดเชื้อแล้วไม่มีอาการ และมีอาการน้อย มีสัดส่วนที่สูงกว่าครึ่ง ดังนั้นจึงมีแนวโน้มสูงที่ตรวจ ATK เป็นบวกแล้ว จะไม่สามารถเข้าถึงบริการ RT-PCR ได้ โอกาส overlap กันจึงมีน้อย
หน้าที่ของรัฐจึงจำเป็นต้องรายงานทั้งจำนวนการตรวจและจำนวนผู้ติดเชื้อจากวิธี RT-PCR และจำนวนการตรวจและจำนวนที่ได้ผลบวกจาก ATK ออกมาพร้อมกัน เพื่อให้ประชาชนได้ทราบสถานการณ์และประเมินได้ว่าสถานการณ์จริงมีลักษณะเป็นเช่นไร
สรุป...
การจะหยุดรายงานจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่รายวัน จึงเป็นแนวคิดที่จะส่งผลให้เกิดอันตรายต่อสวัสดิภาพและความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนในสังคม และการรายงานเพียงจำนวนติดเชื้อยืนยันจาก RT-PCR เพียงอย่างเดียว จึงถือเป็นจำนวนที่ต่ำกว่าสถานการณ์จริง
ระบบเก็บข้อมูลและรายงานข้อมูลที่ดี จึงต้องนำเสนอข้อมูลอย่างละเอียด หากเป็นสองระบบ ก็รายงานออกมาให้หมด หน้าที่ที่ต้องทำคือ หากกังวลว่าจะ overlap ก็ต้องพัฒนากระบวนการเก็บข้อมูล ตรวจสอบจากผู้ตรวจ หรือผู้ป่วยว่ามีการตรวจสองวิธีพร้อมกันมากน้อยเพียงใด และรายงานออกมาให้ทราบ ไม่ใช่อ้างว่ามีโอกาส overlap แล้วเลือกรายงานเฉพาะสิ่งที่รู้อยู่แล้วว่าต่ำกว่าความเป็นจริง
สถานการณ์วิกฤติ หน้าสิ่วหน้าขวาน ฉายภาพที่สวยงามทั้งที่กำลังแย่ คนจะไม่รู้เท่าทันสถานการณ์ และไม่สามารถตัดสินใจปฏิบัติตัวอย่างถูกต้องตามสถานการณ์
...เปิดเท่าที่อยากเปิด ไม่เท่ากับ โปร่งใส...
...เปิดเท่าที่อยากเปิด ไม่เท่ากับ ไม่ปกปิด...
สังคมจะอยู่รอดปลอดภัย ต้องทำให้ประชาชนรู้เท่าทันสถานการณ์ เข้าถึงข้อมูลละเอียด ทำความเข้าใจอย่างถูกต้องถี่ถ้วน และนำความรู้ไปใช้ตัดสินใจประพฤติปฏิบัติได้อย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ที่ตนเองเผชิญ นี่คือภูมิคุ้มกันระยะยาว และยั่งยืน...