background-defaultbackground-default
ย้อนรอยคดี "เงินทอนวัด" ยาวนานเกือบ 5 ปี พบทุจริตงบประมาณหลายร้อยล้าน

เปิดไทม์ไลน์คดีทุจริต "เงินทอนวัด" เริ่มมาตั้งแต่ปีไหน ทำไมขบวนการเหล่านี้ ที่มีทั้ง "พระสงฆ์-ฆราวาส" จึงก่อเหตุมาได้อย่างยาวนาน ทำความเสียหายจำนวนหลายร้อยล้านบาท

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

ถือเป็นคดีมหากาพย์ที่สั่นคลอนวงการ “ผ้าเหลือง” มานานหลายปี สำหรับปฏิบัติการกวาดล้างทุจริต “เงินทอนวัด” ซึ่งเป็นขบวนการ “ลักกินขโมยกิน” เงินอุดหนุนจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ที่มีวัตถุประสงค์ เพื่อใช้ในการเผยแผ่ และบำรุงศาสนา

 

โดยมีฝั่งฆราวาส และพระสงฆ์นอกรีต ร่วมมือกันหาช่องโหว่ โอนเงินอุดหนุนที่มากกว่าจำนวนที่ต้องการ ก่อนจะมีเจ้าหน้าที่ พศ.ติดตามไปเอา “ส่วนเกิน” ประมาณร้อยละ 75-80 คืน หรือที่เรียกว่า “เงินทอน” นั่นเอง!!

 

จุดเริ่มต้นสะเทือนวงการศาสนาพุทธ ก่อนมีอาฟเตอร์ช็อกตามมาอีก 4 เฟส เกิดขึ้นเมื่อช่วงเดือน มิ.ย.2560 เมื่อเจ้าอาวาสวัดห้วยตะแกละ จ.เพชรบุรี ร้องเรียนตำรวจปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ และสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน หลังพบว่า เจ้าหน้าที่ พศ.โอนเงินสร้างพระอุโบสถกลับไปคืนกว่า 9 ล้านบาท เหลือเงินให้วัดเพียง 1 ล้านบาท

ย้อนรอยคดี "เงินทอนวัด" ยาวนานเกือบ 4 ปี พบทุจริตงบประมาณหลายร้อยล้าน

จากข้อพิรุธดังกล่าว นำไปสู่การสืบสวนสาวไส้วัด 12 แห่ง หนึ่งในนั้นมีวัดใหญ่ อย่างวัดพนัญเชิงวรวิหาร จ.อยุธยา รวมอยู่ด้วย โดยเข้ามาเกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินทอนวัดกว่า 60 ล้านบาท และมีเจ้าหน้าที่ พศ.รวมถึงพลเรือนนับสิบชีวิต เข้ามาพัวพัน

 

ซึ่งในกรณีของวัดพนัญเชิงวรวิหาร มีชื่อของนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ (ปัจจุบันหลบหนี) และนายพนม ศรศิลป์ (ปัจจุบันจำคุก) สองอดีต ผอ.พศ.และนางสาวประนอม คงพิกุล (ปัจจุบัน) อดีตรอง ผอ.พศ.เข้าเกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินบูรณปฏิสังขรณ์วัด 20 ล้านบาท

(แฟ้มภาพ) นพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ อดีต ผอ.พศ.

ก่อนที่ช่วงเดือน ก.ย.2560 จะเข้าสู่คดีเงินทอนวัดเฟส 2 มีการตรวจสอบวัดเพิ่มอีก 23 แห่ง ส่วนใหญ่เป็นวัดดังในกรุงเทพ โดยมีเจ้าหน้าที่ พศ.พัวพัน 13 คน , พระภิกษุ 4 รูป , และพลเรือน 2 คน มูลค่าความเสียหาย 141 ล้านบาท

 

จนนำมาสู่คดีเงินทอนวัดในเฟส 3 เมื่อวันที่ 19 เม.ย.2561 ซึ่งเป็นล็อตที่สะเทือนสังคมไทยอย่างมาก โดยมีการตรวจสอบวัดเพิ่ม 10 แห่ง ในจำนวนนั้น 3 แห่ง เป็นวัดใหญ่ระดับประเทศ ทั้งวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร วัดสัมพันธวงศาราม และวัดสามพระยา

ย้อนรอยคดี "เงินทอนวัด" ยาวนานเกือบ 4 ปี พบทุจริตงบประมาณหลายร้อยล้าน

โดยหนึ่งในไฮไลท์สำคัญ คงเป็นการตรวจสอบพระเถระชั้นผู้ใหญ่ 7 รูป ประกอบด้วย

 

1.พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขโข) วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร

2.พระพรหมเมธี (จํานงค์ เอี่ยมอินทรา) วัดสัมพันธวงศาราม

3.พระพรหมดิลก (เอื้อน กลิ่นสาลี) วัดสามพระยา

4.พระราชอุปเสณาภรณ์ (สมณศักดิ์เดิมคือ พระเมธีสุทธิกร) (สังคม สังฆะพัฒน์) วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร

5.พระราชกิจจาภรณ์ (สมณศักดิ์เดิมคือ พระวิจิตรธรรมาภรณ์) (เทอด วงศ์ชะอุ่ม) วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร

6.พระอรรถกิจโสภณ (สมทรง อรรถกฤษณ์) วัดสามพระยา

7.พระศรีคุณาภรณ์ (บุญทวี คํามา) วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร

ย้อนรอยคดี "เงินทอนวัด" ยาวนานเกือบ 4 ปี พบทุจริตงบประมาณหลายร้อยล้าน

ทั้งนี้ในกรณีวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร พบเส้นทางการเงินตั้งแต่ปี 2559 มีการอนุมัติงบประมาณกว่า 69 ล้านบาท เป็นโครงการอบรมคุณธรรมจริยธรรม และเกี่ยวกับการเผยแพร่ศาสนา แต่เงินส่วนใหญ่ ไม่ได้ถูกกระจายให้สาขาวัด แต่ถูกโอนเข้าบัญชีเหล่าฆราวาส ในจำนวนนั้นมีบัญชีของ ร.ท.ฐิติทัตน์ นิพนธ์พิทยา อดีตทหารสังกัดศูนย์รักษาความปลอดภัย ที่มีความเชื่อมโยงพระชั้นผู้ใหญ่ และทำหน้าที่เป็น “นอมินี” รับโอนเงินไป 25 ล้านบาท

จากนั้นวันที่ 23 พ.ค.2561 ศาลอนุมัติหมายจับพระพรหมสิทธิ เจ้าอาวาส และเจ้าคณะภาค 10 รวมถึงพระอีก 3 รูปของวัดสระเกศ ฐานร่วมกันฟอกเงิน ก่อนบุกเข้าตรวจค้นวัดในวันรุ่งขึ้น แต่ผลปฎิบัติการคราวนั้น ไม่เจอตัวพระพรหมสิทธิ แต่จากตรวจสอบบัญชีมีเงินมากถึง 130 ล้านบาท และมีการโอนเงินให้ฆราวาสอีก 69 ล้านบาท

 

ซึ่งภายหลังพระพรหมสิทธิ ได้ติดต่อขอมอบตัว และต่อสู้คดี โดยในคำพิพากษาของศาลระบุว่า “ไม่พบความทุจริต” ทำให้ช่วงเดือน เม.ย.2564 พระรูปนี้ พร้อมอดีตพระเถระอีก 4 รูป ได้ประกอบพิธีเจริญชัยมงคลคาถา ในโอกาสพระภิกษุอธิษฐานครองผ้าไตรจีวรรับเข้าหมู่สงฆ์ และได้กลับมาห่มจีวรอีกครั้ง

ย้อนรอยคดี "เงินทอนวัด" ยาวนานเกือบ 4 ปี พบทุจริตงบประมาณหลายร้อยล้าน

ส่วนกรณีวัดสัมพันธวงศาราม ที่มีเงินทอนหลายสิบล้านเข้ามาหมุนเวียน นอกจากนั้นทางพระพรหมเมธี อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัด ยังโดนแฉในช่วงนั้นว่า มีเรื่อง “สีกา” เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ทำให้เจ้าตัวหลบหนีลี้ภัยไปยังประเทศเยอรมัน แม้ทาง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีต ผบ.ตร.จะพยายามบินไปรับตัว แต่ไม่เป็นผล

 

โดยคดีเงินทอนวัด เฟส 1-3 จากสำนวนของตำรวจส่งฟ้องตามลำดับ พบมีมูลค่าความเสียหายมากกว่า 270 ล้านบาท ก่อนจะมาถึงคดีเงินทอนวัดเฟส 4 ที่ตำรวจเพิ่งเปิดปฏิบัติ “ล้างบาปปราบอลัชชี ทุจริตเงินทอนวัด” โดยเริ่มจากบุกจับพระสิทธิวรนายก หรือเจ้าคุณแจ๊ค เจ้าอาวาสวัดเขาทุเรียน จ.นครนายก และรองเจ้าคณะนครนายก

 

พร้อมเรียกสอบ 11 เจ้าอาวาส โยงการทุจริตเงินทอนวัด 123 ล้านบาท ซึ่งหลังจากนี้ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดว่า คดีสะเทือนวงการสงฆ์เฟส 4 ที่มีรายงานว่า มีวัดเข้ามาเกี่ยวข้องถึง 30 วัด จะมีหลักฐานสาวไปถึง “ตัวใหญ่” คนไหนอีกบ้าง??

logo-pwa

เพิ่ม NationTV

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด