ส่วนการส่งผู้สมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. นั้น เป้าหมายพรรคกล้าตอนนี้อยู่ที่สนามเลือกตั้งใหญ่เป็นหลัก เพราะรัฐบาลยังไม่ชัดเจนว่าจะมีการเลือกตั้งผู้ว่า กทม. เมื่อใด ในวันที่รัฐบาลมีความชัดเจน พรรคกล้าก็จะมีความชัดเจน ซึ่งตนพูดเรื่องนี้มาโดยตลอด ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. หรือเลือกตั้งใหญ่ก่อน แต่พรรคก็มีการเตรียมชุดความคิดในแง่นโยบาย ว่าอยากจะทำงานให้คนกรุงเทพฯ การพัฒนาความเป็นอยู่ของชาวกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองที่น่าอยู่ ทำมาหากินโดยสะดวก มั่นใจว่าเทคโนโลยีจะมีบทบาทสำคัญมากในการเปลี่ยนกรุงเทพ ให้เป็นเมืองในฝันของพวกทุกคน
สำหรับการเตรียมความพร้อมสนามเลือกตั้งใหญ่ ซึ่งตอนนี้มีปัญหาความเดือดร้อนที่ประชาชนรอคอยการแก้ไข แต่ดูเหมือนรัฐบาลขาดสมาธิ ขาดความคิดใหม่ๆ ที่จะมาตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน สถานการณ์รอบตัวลักษณะนี้ อดคิดไม่ได้ว่าการเลือกตั้งอาจจะเร็วกว่าที่คิดก็ได้ ซึ่งก็ต้องเตรียมความพร้อม ไม่ว่าจะเป็นเดือนนี้หรือเดือนหน้า ก่อนหรือหลังเดือนพ.ค. ปีนี้หรือต้นปีหน้าก็ตาม มีเวลาเหลืออีกไม่เยอะ ซึ่งผลการเลือกตั้งซ่อมที่ผ่านมา สะท้อนว่าประชาชนต้องการความเปลี่ยนแปลง และบ่งบอกว่าพรรคกล้ามาถูกทางแล้ว นำเสนอทางเลือกใหม่และว่าที่ผู้สมัครคนใหม่ เชื่อว่าทั้งหมดคือสิ่งที่สังคมต้องการ
ส่วนการวางเป้าหมายส่งผู้สมัคร หัวหน้าพรรคกล้า กล่าวว่า ด้วยกติกาการเลือกตั้งและด้วยความที่ยังเป็นพรรคการเมืองใหม่ การส่งผู้สมัครลงทุกเขตคงเป็นไปได้ยาก เพราะฉะนั้นก็จะเลือกเขตที่มองว่ามีโอกาส มีผู้สมัครที่พร้อม และเป็นผู้สมัครที่มีชุดความคิดตรงกับอุดมการณ์ของพรรคชัดเจน ซึ่งก็มีอยู่ไม่น้อย ไม่ดันทุรังส่งผู้สมัครที่ไม่พร้อม แต่เบื้องต้นยังไม่ได้ประเมินถึงจำนวน แต่เชื่อว่าพรรคกล้าจะเข้าไปเป็นส่วนสำคัญ ในสภาผู้แทนราษฎรและรัฐบาลรอบหน้า ย้ำว่าพรรคมีความตั้งใจเข้ามาสร้างความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ไม่ได้ตั้งพรรคมาเพื่อเป็นพรรคสำรองของใคร และจะเสนอหัวหน้าพรรคเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนต่อไป
"ช่วงที่ผ่านมาความเดือดร้อนของประชาชนชัดเจน แต่ประชาชนก็มีความรู้สึกว้าเหว่ มีความรู้สึกว่ารัฐบาลขาดความคิดหรือสมาธิมาใส่ใจแก้ปัญหา เมื่อวันก่อนคณะของพวกเราที่กรุงเทพฯ ลงไปพบปะพี่น้องประชาชนเรื่องหนี้สิน ถือเป็นปัญหาหนักมากทั่วประเทศ เศรษฐกิจแย่อยู่แล้ว เจอโควิดเข้าไปอีก โอกาสทำมาหากินไม่มี ค่าใช้จ่ายไม่ลดลง สิ่งที่ตามมาก็คือหนี้สินที่เพิ่มมากยิ่งขึ้น โอกาสเข้าถึงแหล่งเงินในระบบ ที่มีอัตราดอกเบี้ยที่เป็นธรรมก็ยาก ต้องหันไปพึ่งนายทุนนอกระบบ แต่อัตราดอกเบี้ยโหดมาก ไม่สามารถอยู่ได้ ซึ่งทั้งหมดนี้ก็อดคิดไม่ได้ว่า ความเดือดร้อนประชาชนที่ชัดเจน แต่ทำไมถึงไม่มีข้อเสนอแนวความคิดความตั้งใจที่จะมาดูแล โดยผู้ที่ยังอยู่ในอำนาจ เพราะเหตุนี้ประชาชนถึงมองว่า ถึงเวลาเปลี่ยนได้หรือยัง ถึงเวลาที่จะมีคณะบุคคล ที่มีแนวความคิดความตั้งใจและสมาธิในการทำงานตามภารกิจที่มอบหมาย และยิ่งเห็น ส.ส.ในสภา เข้าประชุมบ้างไม่เข้าประชุมบ้าง ยิ่งทำให้ประชาชนเสียกำลังใจ อดมีคำถามไม่ได้ว่า ทั้งหมดที่เลือกมาเพื่ออะไร เพราะฉะนั้นถึงเวลาที่ต้องมีการเมืองคุณภาพ ถึงเวลาที่ประชาชนต้องมีทางเลือกใหม่แล้ว" หัวหน้าพรรคกล้า กล่าว