เนชั่นทีวี

ข่าว

สจล.ย้ำจัดซื้อจัดจ้างยุค"ดร.เอ้"โปร่งใส่ทุกขั้นตอนตรวจสอบได้

09 ก.พ. 2565 | chairat_pat

สจล.ย้ำจัดซื้อจัดจ้างยุค"ดร.เอ้"โปร่งใส่ทุกขั้นตอนตรวจสอบได้

"ผู้บริหารพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง" ตั้งโต๊ะแถลงข่าวย้ำการจัดซื้อจัดจ้างเป็นตามขั้นตอน-โปร่งใส-ตรวจสอบได้ สมัย "ดร.เอ้" ก็เช่นกัน ยอมรับออกมาชี้แจงอาจถูกมองว่าช่วยแก้ต่าง แต่ไม่อยากให้คนมองสถาบันในทางเสียหาย

9 กุมภาพันธ์ 2565 จากกรณีที่คณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ตรวจสอบ นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อดีตอธิการสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาธิปัตย์

 

ล่าสุด ผู้บริหารสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ประกอบด้วย นายสุพจน์ ศรีนิล รักษาการ แทนรองอธิการบดีฝ่ายบริหารทรัพยากรกายภาพและสิ่งแวดล้อม และรักษาการแทนฝ่ายพัสดุ พร้อมด้วย นายไพฑูรย์ พิมดี รักษาการแทนผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายพัสดุ เปิดแถลงข้อเท็จจริงโครงการจัดซื้อจัดจ้างของสถาบันฯ หลังมีข่าวในสื่อช่วงที่ นายสุชัชวีร์ ดำรงตำแหน่งปี 2558-2564 หลายพันโครงการ มูลค่า 5,000 ล้านบาท โดยยืนยันว่า กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของ สจล. ก่อนหน้าปี 2560 จะเป็นอีออคชั่น หลังจากนั้นไปจะเป็นอีบิทดิ้ง ซึ่งเป็นไปตามกระบวนการ สามารถตรวจสอบในระบบได้ เพราะเป็นระบบที่หน่วยงานภาครัฐทั่วประเทศใช้ร่วมกัน

 

สจล.ย้ำจัดซื้อจัดจ้างยุค"ดร.เอ้"โปร่งใส่ทุกขั้นตอนตรวจสอบได้

นายสุพจน์ กล่าวว่า ปี 2563-2565 กระบวนการจะเริ่มที่ทางภาควิชา หรือทางคณะ จะส่งโครงการขึ้นมา ทางสถาบันก็จะทำเรื่องขอสำนักงบประมาณ เมื่อสำนักงบประมาณอนุมัติ ต้องไปผ่านสภาผู้แทนราษฎร แล้วค่อยมาดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งมีหลายโครงการตั้งแต่หลักหมื่น หลักแสน แต่โครงการใหญ่ที่เกิน 100 ล้านบาท จะมีน้อย ซึ่งแบบนั้นจะเป็นโครงการก่อสร้างอาคาร ที่มีงบผูกพันต่อเนื่อง 2 หรือ 3 ปี โดยทั่วไปโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ที่ สจล. ได้รับจะไม่เกิน 50 ล้านบาท เฉลี่ยต่อปีได้ 600-700 ล้านบาท รวมก่อสร้างและครุภัณฑ์ทั้งหมดแล้ว 

 

เมื่อถามว่า การจัดแถลงข่าว เพื่อย้ำว่าในช่วงที่นายสุชัชวีร์ ดำรงตำแหน่งอธิการบดี โปร่งใส ตรวจสอบได้ใช่หรือไม่ นายสุพจน์ กล่าวว่า ใช่ และข่าวที่ออกมาทำให้รู้สึกไม่สบายใจ จึงต้องชี้แจง เพราะไม่อยากให้คนเข้าใจผิด และจะเสื่อมเสียชื่อเสียงของสถาบัน โดยกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างอยู่ที่ขั้นตอนของพัสดุ ไม่มีผู้บริหารอยู่เหนือพัสดุเข้ามาสั่งการก้าวก่าย และตนก็เป็นผู้บริหารลำดับถัดไป ยืนยันว่าไม่มีการให้บริษัทใดพิเศษ ทั้งนี้ ข้อวิจารณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นตั้งแต่มีข่าว ไม่มีคนในสถาบันหรือ นักศึกษา ตั้งข้อสงสัย แต่ก็มีในโลกออนไลน์ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่ก็รับฟัง

 

สจล.ย้ำจัดซื้อจัดจ้างยุค"ดร.เอ้"โปร่งใส่ทุกขั้นตอนตรวจสอบได้

 

 

ส่วนไทม์ไลน์ นายสุชัชวีร์ เปิดตัวเมื่อปลายเดือนธ.ค. 2564 แต่มีคนไปร้อง กมธ.ป.ป.ช. ต้นเดือนม.ค. 2565 ก่อนมีการตั้งข้อสงสัยว่าอาจเป็นการเมืองภายใน สจล. หรือไม่ เพื่อตรวจสอบย้อนหลัง นายสุพจน์ กล่าวว่า ไม่ทราบจริงๆ เพราะกระบวนการที่ฝ่ายบริหารทั้งในอดีตและปัจจุบันยึดถือคือความโปร่งใสเป็นหลัก ส่วนใครจะร้องเป็นเรื่องการเมือง ไม่ได้สนใจ

 

"ตอนที่ข่าวนี้เริ่มออกมาก็ไม่ได้สนใจ แต่พอมากขึ้นเรื่อยๆก็รู้สึกว่าถ้าไม่แถลง เกียรติภูมิของสถาบันที่ช่วยกันสร้างขึ้นมาก็จะเสียหาย จึงต้องแถลงแบบฉุกเฉิน และขอย้ำว่าตั้งแต่นายสุชัชวีร์ ลาออกไป ก็ไม่ได้มีการพูดคุยกับทางสถาบัน หรือแม้แต่ตอนที่ยังดำรงตำแหน่งอธิการบดี ก็ไม่ได้มาเกี่ยวข้องกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง นี่คือข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เพราะผู้ดูแลสูงสุดของการจัดซื้อจัดจ้างคือตน วงเงินไม่เกิน 200 ล้าน แต่ถ้าต่ำกว่า 50 ล้าน ก็จะเป็นผู้บริหารอีกท่าน" นายสุพจน์ กล่าว

 

นายสุพจน์ ยังยอมรับว่า การออกมาแถลงข่าวจะถูกมองว่าแก้ต่างให้นายสุชัชวีร์ ซึ่งเรื่องนี้ก็คิดอยู่เช่นกัน แต่ทำงานตรงไปตรงมา ไม่ซับซ้อน และในองค์กรก็มีกระบวนการตรวจสอบภายใน ขณะเดียวกันสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ก็ตรวจสอบทุกปี ดังนั้น ระบบตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ ประชาชนสามารถสบายใจได้ในการตรวจสอบย้อนหลัง ส่วน กรณี กมธ.ป.ป.ช.ตั้งประเด็น อัตราการเพิ่มเงินเดือน และเบี้ยประชุมนั้น ส่วนตัวไม่ทราบจริงๆ เพราะตนอยู่ในเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งประเด็นนี้ต้องสอบถามกับฝ่ายบริหารทรัพยากรมนุษย์

 

ด้านนายไพฑูรย์ ชี้แจงขั้นตอนจัดซื้อจัดจ้าง ว่า เมื่อเปิดระบบแล้ว จะเข้าสู่การยื่นเสนอราคาผ่านระบบ พอครบกำหนดก็จะตรวจสอบเอกสาร และนัดคณะกรรมการเปิดซองมาพิจารณา เพื่อดูเอกสารต่างๆ ทั้งหนังสือบริคณห์สนธิ การถือหุ้นแต่ละบริษัท ว่ามีใครบ้าง มีความซ้ำซ้อนกับคนใน สจล. หรือไม่ ซึ่งเป็นตามกฎระเบียบของกรมบัญชีกลาง

 

สจล.ย้ำจัดซื้อจัดจ้างยุค"ดร.เอ้"โปร่งใส่ทุกขั้นตอนตรวจสอบได้

 

ส่วนกรณีมีบริษัทยื่นเข้ามา เเละในรายชื่อผู้ถือหุ้นไม่มีชื่อของนายสุชัชวีร์หรือภรรยา แต่เป็นชื่อคนอื่น แล้วจะรู้ได้อย่างไร นายไพฑูรย์ บอกว่า เป็นสิทธิของบริษัท เพราะระบบเปิดโอกาสให้ทุกคนแข่งขันได้ โดยกฎหมายเขียนให้ตรวจสอบว่ามีความซ้ำซ้อนหรือไม่ หรือพูดง่ายๆว่า ระบบให้ตรวจสอบได้ประมาณหนึ่ง

ข่าวล่าสุด