เนชั่นทีวี

ข่าว

ภูมิใจไทย อารยะขัดขืนสั่นคลอน"เรือแป๊ะ"

09 ก.พ. 2565 | sutthirak

ภูมิใจไทย อารยะขัดขืนสั่นคลอน"เรือแป๊ะ"

“เทพไท” ชี้ความวัวไม่ทันหาย ความควายเข้ามาแทรก ภูมิใจไทย บอยคอตไม่ร่วมประชุมครม.สั่นคลอน"เรือแป๊ะ" "สมชัย"สอนมวย การไม่เข้าประชุมแล้วบอกว่าไม่เห็นด้วย พฤติกรรมแบบนั้นดูเด็กเกินไปกว่าตำแหน่งรับผิดชอบในฐานะเสนาบดี

เกิดปัญหาภายในพรรคร่วมรัฐบาลขึ้นอีก หลังจากรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย ทั้ง 7 คนประท้วงไม่เข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อคัดค้านกระทรวงมหาดไทย เสนอต่อสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว (BTS) แลกกับเป็นหนี้เอกชนกว่า 3 หมื่นล้านบาท ที่ฝ่ายกทม.ไม่สามารถหาเงินมาชำระหนี้ก้อนนี้ได้ โดยพรรคภูมิใจไทย คัดค้าน 4 ประเด็น และ1 ใน 4 คือ ราคา 65 บาทตลอดสายเอาเปรียบประชาชน

ภูมิใจไทย อารยะขัดขืนสั่นคลอน"เรือแป๊ะ"

แหล่งข่าวในที่ประชุมครม.เปิดเผยว่า มีรัฐมนตรีที่เข้าร่วมประชุม แสดงความเห็นสนับสนุนการต่อสัญญาฯ โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แสดงความเห็นด้านราคาค่าโดยสาร 65 บาท ตลอดสายว่า 

 

“ก่อนหน้านี้ก็เห็นด้วยกันมาแล้ว แล้วทำไมตอนนี้ถึงมาเปลี่ยนใจ วันนี้ผมพิสูจน์แล้วว่าใครเป็นอย่างไร ขอบคุณทุกคนที่อยู่ในห้องนี้ ปัญหานี้คาราคาซังมานานแล้ว อยากให้มันจบ” 

ภูมิใจไทย อารยะขัดขืนสั่นคลอน"เรือแป๊ะ"

หลังนายกฯ พูดจบได้หันไปสอบถาม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กำกับดูแลกทม.คู่สัญญา BTS ว่า ให้นำเรื่องกลับมาพิจารณาใน ครม.สัปดาห์หน้าได้เลยหรือไม่ ซึ่งพล.อ.อนุพงษ์ ตอบว่า ไม่น่าจะทันเพราะต้องทำหนังสือถามไปหลายหน่วยงานแม้ว่าทุกคำถามจะตอบไปแล้ว แต่มีข้อที่ต้องถาม ป.ป.ช.ไม่น่าจะทันสัปดาห์หน้า

ภูมิใจไทย อารยะขัดขืนสั่นคลอน"เรือแป๊ะ"

แหล่งข่าวในที่ประชุมครม.เปิดเผยว่า ช่วงพักประชุม พล.อ.ประยุทธ์ ยังมีอารมณ์ขันกับรัฐมนตรีที่เข้าประชุมว่า “วันนี้บรรยากาศดูเหงาๆ รัฐมนตรีหายไปเยอะ สงสัยรถไฟฟ้ามาหานะเธอ” ทำให้รัฐมนตรี และผู้เข้าประชุมครม. ได้หัวเราะ และถือว่าผ่อนคลายบรรยากาศที่ตึงเครียด นอกจากนั้น  พล.อ.ประยุทธ์ได้บอกกับคนอื่นๆว่า “ผมเชื่อมั่นในฝ่ายกฎหมายของผม”

รัฐนาวา ของลุงตู่กำลังเจอกับมรสุมรอบด้านจับตา จะฝ่าวิกฤตนี้ ไปได้อย่างไร

ภูมิใจไทย อารยะขัดขืนสั่นคลอน"เรือแป๊ะ"

นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กเทพไท เสนพงศ์ ว่า รัฐนาวา ของลุงตู่กำลังเจอกับมรสุมรอบด้านจับตา จะฝ่าวิกฤตนี้ ไปได้อย่างไร

 

"ผมได้ตั้งคำถามกับตัวเองว่า กำลังเกิดอะไรขึ้นกับการเมืองของประเทศไทยในขณะนี้ซึ่งก่อนหน้านี้ มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนหนึ่งบอยคอต ไม่เข้าร่วมแสดงตนเป็นองค์ประชุมสภา  ทำให้สภาล่มซ้ำแล้วซ้ำอีก จนบัดนี้ยังมีการถกเถียงโยนความผิดกันไปมา ระหว่างฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาล ยังไม่จบสิ้น

 

จนถึงเช้าวันนี้ (7 ก.พ.65) ก็มีข่าวรัฐมนตรี 7 คน ของพรรคภูมิใจไทย ลาการประชุมครม.ยกทั้งพรรค เพื่อเป็นการประท้วงเงียบ หรือบอยคอตไม่เข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีเช่นกัน เป็นการส่งสัญญาณทางการเมืองแบบอารยะขัดขืน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพ และความเชื่อมั่นของรัฐบาลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เหมือนกับคำโบราณที่กล่าวว่า 'ความวัวไม่ทันหาย ความควายเข้ามาแทรก'

 

พลเอกประยุทธ์ ในฐานะผู้บริหารสูงสุดของประเทศ จะต้องแก้ปัญหาที่กำลังรุมเร้าเรัฐบาล ทั้งทางฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายบริหาร จนทำให้บรรยากาศทางการเมืองตึงเครียดและเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง ถึงอนาคตทางการเมืองของรัฐบาล จะเดินหน้าบริหารประเทศต่อไปอย่างไร

 

ผมขอเอาใจช่วยพลเอกประยุทธ์ ขอให้แก้ปัญหาทางการเมืองของรัฐบาล เพื่อหาทางออกให้กับประเทศ จงประสบความสำเร็จ เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติ และประชาชนต่อไป"

 

การไม่เข้าประชุมแล้วบอกว่าไม่เห็นด้วย  พฤติกรรมแบบนั้นดูเด็กเกินไปกว่าตำแหน่งรับผิดชอบในฐานะเสนาบดี

 

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร สมาชิกพรรคเสรีรวมไทย โพสต์เฟซบุ๊ก สมชัย ศรีสุทธิยากร กรณี รมต.ภูมิใจไทย ประท้วงไม่เข้าประชุม ครม. ว่า 

 

จริง ๆ แล้วผมไม่ทราบหรอกครับ ว่า สิ่งที่มหาดไทยเสนอนั้นดีกว่า หรือ สิ่งที่กระทรวงคมนาคมทักท้วงนั้นถูกต้องกว่าหรือไม่ เพราะรายละเอียดเบื้องหน้าเบื้องหลัง  หรือผลประโยชน์ที่เขาคำนวณกันเป็นแสนล้านนั้นตกอยู่กับใคร  นักการเมืองคนไหนได้ประโยชน์นั้นลึกเกินกว่าที่คนธรรมดาอย่างผมจะรู้ได้

 

ผมรู้เพียงว่า ที่ประชุม ครม. คือที่ยุติ และตัดสินใจในเรื่องผลประโยชน์ของชาติ  และหากที่ประชุม ครม.มีมติ แม้ รมต. ท่านใดจะลากิจลาป่วย ก็ต้องรับผิดชอบร่วมกัน  ยกเว้นจะมีการแสดงเจตนาทักท้วงอย่างเป็นทางการกับมติที่เกิดขึ้น

 

การประท้วงโดยไม่เข้าประชุมของรัฐมนตรี จึงไม่ใช่การแสดงออกโดยสันติ  เพราะหากมีมติแล้วเป็นความเสียหายต่อประเทศ  การเข้าประชุมเพื่อทักท้วงด้วยเหตุผลและบันทึกความเห็นต่างอย่างเป็นทางการดูจะสง่างามกว่า  การไม่เข้าประชุมแล้วบอกว่าไม่เห็นด้วย  พฤติกรรมแบบนั้นดูเด็กเกินไปกว่าตำแหน่งรับผิดชอบในฐานะเสนาบดี

 

ผมให้ความเห็นโดยสุจริต เผื่อว่านักการเมืองจะรู้จักคิด  แต่หากมาหาว่าผมหิวแสงคงเข้าใจผิด  ความเห็นของผมนั้นเป็นสาธารณะ  เมื่อสื่อนำไปลงก็เป็นสิทธิของสื่อ  ส่วนท่านจะเห็นด้วยแล้วปรับปรุงตัวหรือจะตอบโต้ก็เป็นสิทธิของท่านครับ

ข่าวล่าสุด