เนชั่นทีวี

ข่าว

ถาม"คมนาคม"ค้าน"ต่อสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว"มีทางออกอื่นให้หรือไม่

08 ก.พ. 2565 | thanita_boo

ถาม"คมนาคม"ค้าน"ต่อสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว"มีทางออกอื่นให้หรือไม่

ดร.สามารถ ถาม"คมนาคม"ค้านต่อ"สัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว"แล้วมีทางออกอื่นให้หรือไม่ พร้อมแนะ 3 ทางเลือกแก้ปัญหา

8 กุมภาพันธ์ 2565 ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตรองผู้ว่าฯ กทม. ให้สัมภาษณ์ผ่านทางรายการเนชั่นทันข่าวเที่ยง ถึง การถอนวาระการพิจารณาต่อสัมปทานรถไฟฟฟ้าสายสีเขียวออกจากที่ประชุมครม.วันนี้ ว่า จะส่งผลต่อการขยายสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวอย่างแน่นอน เพราะบีทีเอสจะต้องแบกรับภาระหนี้ต่อไป และไม่รู้ว่าทางบีทีเอสจะสามารถแบกรับภาระหนี้สิ้นจากค่าจ้างการเดินรถได้อีกนานแค่ไหน

 

ดังนั้นการแก้ปัญหา มองว่ามี 3 ทางออก ประกอบด้วย 1. รอให้สิ้นสุดสัมปทานในปี 2572 และประมูลใหม่ แต่ทางเลือกนี้ต้องมีเงินไปใช้หนี้ให้กับบีทีเอสซึ่งขณะนี้มีอยู่ประมาณ 4 หมื่นล้านบาท และในอนาคตอีก 9 หมื่นล้านบาท  รวม 1.3 แสนล้านบาท ซึ่งทางเลือกนี้อาจจะมีปัญหาฟ้องร้องเกิดขึ้นได้  เพราะกทม.ไปต่อทำสัญญาจ้างเดินรถกับบีทีเอส ในช่วงส่วนต่อขยายถึงปี 2585 อีก

 

ถาม"คมนาคม"ค้าน"ต่อสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว"มีทางออกอื่นให้หรือไม่

ส่วนแนวทางที่สองประมูลหาผู้รับสัมปทานใหม่ในปี 2585 หลังสิ้นสุดสัญญาจ้างการเดินรถ แต่กทม.ก็ต้องมีเงินใช้หนี้ให้กับบีทีเอสเช่นกัน  ซึ่งหากนับจากเวลานี้จนถึงปี 2585 รวมแล้วกทม.จ้องจ่ายค่าจ้างเดินรถและค่าดูแลเครื่องยนต์และระบบสัญญาณให้กับบีทีเอสประมาณ 3.5 แสนล้านบาท ซึ่งทางเลือกนี้จะแน่นอนว่าจะไม่มีปัญหาฟ้องร้อง

 

ส่วนแนวทางสุดท้าย คือ ขยายเวลาสัมปทานให้กับบีทีเอสอีก 30 ปี จากปี 2572-2602 ซึ่งหากเลือกแนวทางนี้ บีทีเอส จะรับภาระรับผิดชอบหนี้ทั้งหมด รวมถึงแบ่งรายได้จากสัมปทานการเดินรถ ตั้งแต่ปี 2572-2602 ให้กับ กทม.ไม่น้อยกว่า 2 แสนล้านบาท และถ้ามีผลตอบแทนการลงทุนเกิน 9.6%จะแบ่งรายได้เพิ่มเติมให้อีก  ภายได้เงื่อนไขเก็บค่าโดยสารได้สูงสุดตลอดสายไม่เกิน 65 บาท

 

ถาม"คมนาคม"ค้าน"ต่อสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว"มีทางออกอื่นให้หรือไม่

 

ดร.สามารถ ยังกล่าวด้วยว่า สำหรับแนวทางสุดท้าย เป็นแนวทางที่ทางก.มหาดไทยเลือกมาตลอด พยายามจะนำเข้าสู่วาระการพิจารณาของที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอยู่บ่อยครั้ง แต่ก็มีเหตุให้ต้องถอนวาระ  โดยก.คมนาคม ไม่เห็นด้วย ซึ่งอ้างว่า ค่าโดยสารสูงสุด 65 บาทยังแพงไป สามารถทำได้ไม่เกิน 50 บาท หากเก็บค่าโดยสารราคานี้กทม.จะสารถมาทำกำไรได้ประมาณ 3.8 แสนล้านบาท แต่เมื่อตนมาคิดดูกลับจะทำให้ขาดทุนกว่า 8 หมื่นล้านบาท

 

ดังนั้นต้องถาม ก.คมนาคม ว่า มีทางเลือกมีข้อเสนออย่างไร ที่จะสามารถทำค่าโดยสารให้ถูกลงกว่า 65 บาทได้ และสามารถทำได้จริงหรือไม่ ซึ่งยืนยันว่า ตนเห็นด้วยหากทำให้ค่าโดยสาร ถูกลงได้ แต่ที่ผ่านมายังไม่เห็นใครทำได้

 

ส่วนกรณีที่วันนี้รัฐมนตรีของภูมิใจไทยพร้อมใจกันยื่นใบลาไม่เข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรี เนื่องจากกระแสข่าวจากภูมิใจไทยว่า ไม่ต้องการพิจารณาในเรื่องดังกล่าวนี้  อาจผิดมาตรา 157  ดร.สามารถ บอกว่า ก็เป็นไปได้ ครม.จึงให้ถอนวาระดังกล่าวออกไปก่อน

ข่าวล่าสุด