และตอนนี้ไม่ใช่ 21 คน ที่ไปตั้งหลักในบ้านหลังใหม่พร้อมกับข้อเสนอ ถ้าจะสนับสนุนพลเอกประยุทธ์ ในการทำหน้าที่บริหารประเทศต้องแลกกับเก้าอี้รัฐมนตรี และยังมีพรรคเล็กที่เดิมเคยสนับสนุนพรรคพลังประชารัฐและชูลุงตู่เป็นนายก ตอนนี้ในกลุ่มพรรคเล็กกำลังวุ่นวายว่าจะไปอยู่ฝั่งไหน
พรรคเล็กสนับสนุน พลเอกประยุทธ์
- พรรคพลังท้องถิ่นไท 5 เสียง
- พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย 2 เสียง
- พรรคพลังชาติไทย 1 เสียง
- พรรคชาติพัฒนา 4 เสียง
รวม 12 เสียง
ส่วน 7 พรรคเล็ก
- พรรคประชาภิวัฒน์ 1 เสียง
- พรรคครูไทยเพื่อประชาชน 1 เสียง
- พรรคพลเมืองไทย 1 เสียง
- พรรคประชาธิปไตยใหม่ 1 เสียง
- พรรคไทรักธรรม 1 เสียง
- พรรคเพื่อชาติไทย 1 เสียง
- พรรคพลังธรรมใหม่ 1 เสียง
เพราะฉะนั้นในสภาวะที่เป็นเช่นนี้ ลุงตู่คิดหนัก และตัวเลือกทางออกของปัญหาก็มีอยู่แค่นี้
- ปรับครม.
- ยุบสภา
- อยู่แบบเดิม
- รัฐประหาร
ปรับครม.
เศรษฐกิจไทย ขอ 2 เก้าอี้
- รมว.แรงงาน
- รมว.พลังงาน
- รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
- รมช.มหาดไทย
- รมช.กลาโหม
รัฐมนตรีโดนลูกหลง
- รมช.คมนาคม
- รมว.แรงงาน
- รมว.พลังงาน
- รมช.กลาโหม
เมื่อเวลาประมาณบ่าย 3โมงครึ่ง (20 ม.ค. 65) มีการยื่นคำขาดข้อเสนอเงื่อนไขใหม่ ขอเก้าอี้กระทรวงพลังงานแลกกับการอยู่พรรคร่วมรัฐบาล
กระทรวงพลังงานเป็นกระทรวงใหญ่ และตอนนี้โควต้านั้นคือโควต้าคนนอก คือ คุณสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี ต้องบอกว่าเรื่องนี้ผู้กองธรรมนัสและบิ๊กน้อยคิดการใหญ่ เป็นการยื่นเงื่อนไขที่เหมือนต้องการให้อีกฝั่งปฏิเสธ
ถ้าไม่ยุบสภา เดินหน้าต่อจะทำอย่างไร เดินหน้าต่อลุงตู่จะต้องเข้าสู่โหมดคิลลิ่งโซน เพราะช่วงพ.ค. จะมีศึกซักฟอก และ 23 ส.ค. ครบวันที่ดำรงตำแหน่ง 8 ปี เพราะฉะนั้นสองช่วงจังหวะทางการเมือง จะเป็นช่วงจังหวะสำคัญอีกครั้ง แต่ตอนนี้ต้องผ่านด่านนี้ไปก่อน
ที่มา เนชั่นอินไซต์ โอ- บากบั่น บุญเลิศ , วี-วีระศักดิ์ พงศ์อักษร