อาการหลังฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ต้องทำอย่างไร มีอาการอะไรบ้าง ประเภทไหนรุนแรง และประเภทรุนแรงที่ต้องพบแพทย์ด่วน

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

19 มกราคม 2565 ความกังวลเกี่ยวกับการรับวัคซีนป้องกันโควิด-19 โดยเฉพาะผู้สูงอายุ กลุ่ม 7 โรคเสี่ยง สตรีมีครรภ์ หรือแม้แต่บุคคลทั่วไป ถึงอาการไม่พึงประสงค์ที่จะเกิดขึ้นหลังจากการรับวัคซีนแล้ว อันเป็นสาเหตุให้มีผู้ที่ไม่ยอมฉีดวัคซีนเป็นจำนวนมาก กลัวว่าจะส่งผลรุนแรงต่อตัวเองหรือคนในครอบครัว เพราะภูมิต้านทานของแต่ละคนไม่เท่ากัน ร้ายแรงที่สุดถึงขั้นเสียชีวิต 

 

อย่างไรก็ตามถึงแม้การฉีดวัคซีน จะไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ แต่สามารถช่วยลดความรุนแรงของอาการติดเชื้อหรือ การเสียชีวิตลงได้ โดยองค์การอนามัยโลก( WHO) รวมถึงรัฐบาลและอาจารย์หมอต่างๆ จึงประสานเสียงให้ออกมาฉีดวัคซีนกันให้ครบ โดยเฉพาะเวลานี้ โอมิครอน ที่มีความสามารถในการแพร่ระบาดได้รวดเร็วยิ่ง

 

คมชัดลึก ได้รวบรวม อาการหลังฉีดวัคซีนป้องกันโควิด ว่า อาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ แบบไหนที่เรียกว่ารุนแรง และการดูแลตัวเองหลังฉีดวัคซีนอย่างถูกวิธี ต้องทำอย่างไร

 

ประการแรกต้องทราบก่อนว่า การฉีดวัคซีนโควิด มีข้อจำกัด ดังนี้คือ

     1. ห้ามฉีดในคนที่เคยมีประวัติแพ้วัคซีน แพ้ยา เพราะส่วนประกอบของวัคซีนรุนแรง

     2. ห้ามฉีดในคนที่เคยถ่ายเลือด พลาสมา ผลิตภัณฑ์จากเลือด ส่วนประกอบของเลือด อิมมูโนโกลบูลิน ยาต้านไวรัส หรือแอนติบอดีสำหรับรักษา COVID-19 ภายใน 90 วันที่ผ่านมา

     3. ห้ามฉีดในคนที่ตรวจพบเชื้อ COVID-19 ช่วง 10 วันที่ผ่านมา โดยจะสามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนหลังติดเชื้อ COVID-19 ได้อย่างน้อย 3 เดือน

     4.บุคคลเหล่านี้ต้องอยู่ในดุลวินิจฉัยของแพทย์ก่อนฉีด

  • คนที่มีโรคประจำตัวที่อาการยังไม่คงที่ ควบคุมอาการไม่ได้ เช่น เจ็บแน่นหน้าอก หอบ เหนื่อย ใจสั่น ฯลฯ ต้องอยู่ในดุลยพินิจของแพทย์ก่อนฉีดเท่านั้น
  • คนที่มีอาการเกี่ยวกับสมองหรือระบบประสาทอื่น ๆ
  • คนที่อยู่ระหว่างตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร หรือวางแผนตั้งครรภ์
  • คนที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือได้รับยากดภูมิคุ้มกัน
  • คนที่มีภาวะเลือดออกง่ายหรือหยุดยาก เกล็ดเลือดต่ำ การแข็งตัวของเลือดผิดปกติ หรือได้รับยาต้านการแข็งตัวของเลือด
  • คนที่มีอาการเจ็บป่วยเฉียบพลัน หรือนอนรักษาตัวและออกจากโรงพยาบาลไม่เกิน 14 วัน ต้องเลื่อนการฉีดวัคซีนออกไปก่อนและปรึกษาแพทย์ก่อน
  • หากกำลังมีอาการป่วย เช่น มีไข้ หนาวสั่น หายใจลำบาก อ่อนเพลียกล้ามเนื้อ เป็นต้น ต้องเลื่อนการฉีดวัคซีนออกไปก่อน แต่ถ้าเป็นหวัดเล็กน้อย ไม่มีไข้ สามารถฉีดวัคซีนได้ แต่ควรปรึกษาแพทย์ก่อน

 

สำหรับอาการข้างเคียงหลัง ฉีดวัคซีนโควิด ส่วนใหญ่ไม่รุนแรง และสามารถหายได้เอง แต่ควรเฝ้าระวังหลังจากฉีดไปแล้ว 30 นาที แต่ถ้ามีอาการแพ้รุนแรงมักจะเกิดอาการภายใน 15 นาที

อาการหลังฉีดวัคซีน ประเภท "ไม่รุนแรง"

  • ปวด บวม แดง ร้อน คัน บริเวณที่ฉีด
  • ไข้ต่ำ
  • ปวดศีรษะ
  • คลื่นไส้
  • อาเจียน
  • อ่อนเพลีย

 

อาการหลังฉีดวัคซีนโควิด ประเภท "รุนแรง" ควรรีบพบแพทย์โดยเร็วที่สุด หรือโทร 1669

  • ไข้สูง
  • ใจสั่น
  • หนาวสั่น
  • แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก
  • ปวดศีรษะรุนแรง
  • หน้าเบี้ยว ปากเบี้ยว
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรง
  • มีจุดเลือดออกจำนวนมาก
  • ผื่นขึ้นทั้งตัว ตุ่มน้ำพอง
  • บวม เช่น หน้าบวม คอบวม บวมทั่วร่างกาย
  • อาเจียนไม่ต่ำกว่า 5 ครั้ง
  • ท้องเสีย
  • ชัก
  • หมดสติ
  • ปวดข้อ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อรุนแรง

 

อย่างไรก็ตามการไม่ฉีดวัคซีน ย่อมมีความเสี่ยงสูงกว่าผู้ที่ไม่ได้ฉีด เพราะไวรัสโคโรนา 2019 อันตรายกว่าการฉีดวัคซีน นอกจากนี้หากเกิดผลกระทบจากการฉีดวัคซีน สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช. ยังมีมาตรการช่วยเหลือ โดยสามารถยื่นคำร้องขอรับการช่วยเหลือเบื้องต้น ได้ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน โรงพยาบาลที่ไปรับการฉีดวัคซีน หรือ รวมทั้ง สปสช.เขตพื้นที่ และ สายด่วน 1330 ดาวน์โหลดแแบบคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือเบื้องต้นกรณีได้รับความเสียหายจากการรับวัคซีนป้องกันโควิดได้ที่ https://www.nhso.go.th/downloads/175

ที่มาข้อมูลจาก คมชัดลึก