ชุดปฏิบัติการ ศปป.๔ กอ.รมน. บูรณาการ่วมกับชุดพยัคฆ์ไพร พร้อมเจ้าหน้าที่ 30 นาย เข้าตรวจสอบรีสอร์ต Waterway camp หลังชาวบ้านร้องเรียนบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติแม่แตง

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

18 มกราคม 2565 ชุดปฏิบัติการ ศปป.4 กอ.รมน. นำโดย พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ หน่วยปฏิบัติการพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) กรมป่าไม้ ศูนย์ป้องกันและปราบปรามที่ ๓ (ภาคเหนือ) สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ ๑ (เชียงใหม่) หน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้แม่แตง และฝ่ายปกครองอำเภอแม่แตง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ 30 นาย ได้ร่วมกันตรวจสอบพื้นที่ที่มีการร้องเรียนว่ามีการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติแม่แตง ยึดถือครอบครอง ปรับพื้นที่ถมดินรุกล้ำลำน้ำแม่แตง ในท้องที่ บ.สบก๋าย หมู่ 3 ต.กื้ดช้าง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่

กอ.รมน. ผนึก พยัคฆ์ไพร ลุยตรวจ "Waterway camp" รุกป่าสงวนฯ แม่แตง

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ พบมีการสร้างถนนใหม่ขึ้นไปบนภูเขาเข้าไปในพื้นที่สร้างรีสอร์ต Waterway camp ยาวประมาณ 300 เมตร จนถึงริมน้ำแม่แตง รวมทั้งมีการปรับพื้นที่เป็นขั้นบันได 2 ระดับ กว้างประมาณ 4 - 5 เมตร ยาวประมาณ 200 เมตร รุกล้ำลงไปในลำน้ำแม่แตง และปิดกั้นทางเดินสาธารณะริมตลิ่ง ที่ชาวบ้านใช้สัญจรมายาวนาน เพื่อสร้างเป็นฐานไม้กึ่งถาวรสำหรับใช้กางเต้นท์

กอ.รมน. ผนึก พยัคฆ์ไพร ลุยตรวจ "Waterway camp" รุกป่าสงวนฯ แม่แตง

เจ้าหน้าที่ได้สอบถาม นายต๋าคำ ขอดเรือนแก้ว อายุ ๗๘ ปี  อาชีพเกษตรกร และบริการนักท่องเที่ยว อยู่บ้านสบก๋าย ม.3 ต.กื๊ดช้าง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่  แจ้งว่าครอบครองพื้นที่ สค.๑ เนื้อที่ประมาณ 3 ไร่ อยู่ติดกับพื้นที่เกิดเหตุ และได้นำสำเนา สค.๑ มามอบให้เจ้าหน้าที่ด้วย เมื่อตรวจสอบข้อมูลการสำรวจการถือครองที่ดินในป่าสงวนฯ ตามมติ ครม.๓๐ มิ.ย.๔๑ พบว่ามีชื่อนายต๋าคำตรงตามข้อมูล

กอ.รมน. ผนึก พยัคฆ์ไพร ลุยตรวจ "Waterway camp" รุกป่าสงวนฯ แม่แตง

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้โทรศัพท์สอบถามนายต๋อย นายทุนอยู่ที่กรุงเทพฯ เจ้าของพื้นที่ว่ามีเอกสารสิทธิ์ที่ดินใดๆ หรือไม่ นายต๋อย แจ้งว่าครอบครองพื้นที่ โดยซื้อที่ดิน สค.๑ ต่อจากชาวบ้าน และได้ส่งภาพถ่าย ส.ค.๑ ทางแอปพลิเคชั่นไลน์ มาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าเป็น สค.๑ ฉบับเดียวกันกับนายต๋าคำ ที่นำมามอบให้กับเจ้าหน้าที่ เมื่อตรวจสอบภาพถ่ายทางอากาศ ปี ๒๕๔๕ พบมีสภาพเป็นป่าเป็นการบุกรุกใหม่ และไม่ปรากฎข้อมูลการสำรวจการถือครองในที่เกิดเหตุแต่อย่างใด

กอ.รมน. ผนึก พยัคฆ์ไพร ลุยตรวจ "Waterway camp" รุกป่าสงวนฯ แม่แตง

 

 

จากการตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ เป็นพื้นที่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่แตง ซึ่งการกระทำในลักษณะดังกล่าว เป็นการเข้ายึดถือครอบครองหรือทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าโดยมิชอบด้วยกฎหมาย และเป็นการกระทำผิดพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 ฐาน "ก่อสร้าง แผ้วถาง หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือเข้ายึดถือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต" มาตรา ๕๕ ฐาน "ผู้ใดครอบครองป่าที่ได้ถูกแผ้วถางโดยฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งมาตราก่อน ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบุคคลนั้นเป็นผู้แผ้วถางป่านั้น"

 

และพ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ  พ.ศ. 2507 มาตรา 14 ประกอบ มาตรา 30 ฐาน "ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ยึดถือ ครอบครอง ทำประโยชน์  หรืออยู่อาศัยในที่ดิน  ก่อสร้าง  หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่" มาตรา ๒26/4 “ผู้กระทำหรือละเว้นการกระทำด้วยประการใดโดยมิชอบด้วยกฎหมายอันเป็นการทำลาย หรือ เป็นเหตุให้เกิดการทำลาย หรือทำให้สูญหาย หรือเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ผู้นั้นมีหน้าที่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายตามมูลค่าทั้งหมดของทรัพยากรธรรมชาติที่ถูกทำลาย สูญหาย หรือเสียหายไปนั้น"

 

กอ.รมน. ผนึก พยัคฆ์ไพร ลุยตรวจ "Waterway camp" รุกป่าสงวนฯ แม่แตง