ดร.สืบพงษ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่มีผู้ยื่น ป.ป.ช.ให้ตรวจสอบการรับมอบที่ดินจากพ่อตา(นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม) ว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมานานแล้ว ตนแต่งงานเข้าไปในครอบครัวก็ประมาณ 10 ปีที่แล้ว สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องของพ่อตาไม่ใช่เรื่องของตน และทรัพย์สินก็ตกเป็นของแผ่นดินแล้ว ส่วนรายละเอียดตนไม่ทราบต้องถามทางป.ป.ช แต่สำหรับส่วนตัวนั้นบริสุทธิ์ใจ
หลังจากนี้ตนจะเดินหน้าพัฒนามหาวิทยาลัยรามคำแหง ตามความตั้งใจตั้งแต่ในช่วงการหาเสียง ตั้งใจจะยกระดับการบริการ วิชาการไม่ใช่เฉพาะนักศึกษาอย่างเดียว แต่เพื่อชุมชนและสังคมด้วย โลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การที่เรามีบุคลากรทางการศึกษา และนักศึกษา นักวิชาการ นักวิจัย ก็สามารถตอบโจทย์ให้กับชาวรามคำแหง ทุกคน ทุกชนชั้นทุกระดับ ในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศดียิ่งขึ้นไป โดยการมองในเรื่องของ Smart University ให้ทุกคนทุกพื้นที่สามารถเข้าถึงได้ โดยที่ตัวเขาไม่ต้องเดินทางมาที่มหาวิทยาลัย
ดร.สืบพงษ์ กล่าวทิ้งท้ายในเรื่องของธรรมมาภิบาลในการทำงานของมหาวิทยาลัย ทั้งบุคลากรและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ให้มองมหาวิทยาลัยเป็นหลัก เพราะมี 4 พันธกิจ ที่ต้องดำเนินการ เพราะผลลัพธ์ก็คือนักศึกษา
ขณะที่นายสมศักดิ์ ปานเมือง นายกองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง เปิดเผยว่า วันนี้ ตัวแทนฝ่ายอาจารย์ นักศึกษา และเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้รวมตัวกันมาให้กำลังใจ ดร.สืบพงษ์ ที่ได้กลับมาดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง ตามคำสั่งศาลปกครอง หลังจากทางสภามหาวิทยาลัยได้ถอดถอน ดร.สืบพงษ์ ออกจาก อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคําแหง ด้วยเหตุผลบางประการอย่างที่เป็นข่าวก่อนหน้านี้ ที่ทางสภามหาวิทยาลัยได้ชี้แจงไป ทำให้การปฏิบัติหน้าที่ของดร.สืบพงษ์ ได้ยุติไป ทั้งที่ความเป็นจริง ดร.สืบพงษ์ เพิ่งจะได้เข้า มารับตำแหน่งได้เพียง 3 เดือนเท่านั้น ซึ่งทำให้นักศึกษาหลายคนรู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะไม่เคยเกิดเหตุการณ์ปลดอธิการบดี แบบฟ้าผ่ามาก่อน
ทั้งนี้ รู้สึกสงสัยว่าต้องมีอะไรเกิดขึ้นโดยการใช้อำนาจ ทำให้ทางกลุ่มองค์การนักศึกษาได้มีการไปสืบหาข้อมูล ทำให้ทราบว่ามีการกระทำบางอย่างเพื่อปลด ดร.สืบพงษ์ ออกจากตำแหน่ง จนกระทั่งเมื่อคืนที่ผ่านมาที่ศาลปกครอง มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว จึงแสดงให้เห็นว่า อาจารย์บริสุทธิ์ใจ วันนี้จึงมีการรวมตัวมาให้กำลังใจ อยากให้อาจารย์ต่อสู้และมาแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น