เลขาธิการ กอ.รมน. กำชับ กอ.รมน.จังหวัด วางตัวเป็นกลาง อำนวยความสะดวกประชาชนเลือกตั้งซ่อมชุมพร-สงขลา พร้อมย้ำบูรณาการแก้โควิด ควบคู่คุมเข้มชายแดน สกัดหลบหนีเข้าเมือง

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

15 มกราคม 2565 พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษก กอ.รมน. เปิดเผยว่า จากการประชุมหน่วยขึ้นตรง กอ.รมน. ผ่านระบบประชุมทางไกล (VTC) โดยมี พล.อ.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ เสนาธิการทหารบก และเลขาธิการ กอ.รมน. เป็นประธาน ได้พูดถึงการเลือกตั้งซ่อม ส.ส. เขต 1 จ.ชุมพร และเขต 6 จ.สงขลา แทนตำแหน่งที่ว่างในวันที่ 16 ม.ค. 65 โดยได้มอบหมายให้ กอ.รมน. จังหวัด ร่วมกับหน่วยราชการในพื้นที่ รณรงค์เชิญชวนประชาชนให้ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง และอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน พร้อมวางตัวเป็นกลางโดยไม่ยุ่งเกี่ยวกับฝ่ายการเมือง ทั้งนี้หากประชาชนพบเห็นการกระทำผิดกฎหมาย หรือต้องการแจ้งเบาะแสหรือเหตุฉุกเฉินด้านความมั่นคงติดต่อได้ที่ 1374 ตลอด 24 ชั่วโมง

 

ส่วนการป้องกันและรับมือการแพร่ระบาดของโควิด-19 กอ.รมน. ได้สั่งการให้ กอ.รมน.ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และรอง ผอ.รมน.จังหวัด ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแผนเผชิญเหตุเพื่อรองรับสถานการณ์การแพร่ระบาด และเตรียมความพร้อมด้านสถานที่ เจ้าหน้าที่ สิ่งอุปกรณ์ และยานพาหนะ เพื่อสนับสนุนการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย การรองรับผู้ป่วยในรูปแบบการรักษาตัวเองจากที่บ้าน (HI) และศูนย์แยกโรคของชุมชน (CI) และโรงพยาบาลสนาม ตลอดจนบูรณาการเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายปกครอง พร้อมสหวิชาชีพเข้าตรวจสถานประกอบการ โรงงาน ร้านอาหาร เพื่อควบคุมให้การปฏิบัติเป็นไปตามมาตรการ ศบค. อย่างเคร่งครัด

 

 

นอกจากนี้ รวมถึงรณรงค์การฉีดวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันโรค เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด และให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติโดยเร็ว ขณะเดียวกันเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล ขอให้ หน่วยขึ้นตรง กอ.รมน. จัดกำลังพลปฏิบัติงาน ณ ที่ตั้งหน่วยให้น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น โดยสลับผลัดเข้าทำงานไม่เกิน 1 ใน 3 จนถึงวันที่ 31 ม.ค. 65 พร้อมกำชับให้กำลังพลทุกนายที่ต้องเข้ามาปฏิบัติงานในพื้นที่ กอ.รมน. ต้องเข้ารับการตรวจคัดกรอง ATK ก่อนการปฏิบัติงานทุกครั้ง

 

ส่วนสถิติการจับกุมผู้ลักลอบเข้าเมืองและขบวนการนำพา ในห้วงที่ผ่านมายังคงพบมีการลักลอบเข้าเมืองอย่างต่อเนื่อง โดยในห้วงต้นเดือน ม.ค. 65 ที่ผ่านมาสามารถจับกุมผู้ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายได้ 2,392 ราย ซึ่งจากการสอบถามพบว่าส่วนมากเข้ามาเพื่อมาหางานทำในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล และบางส่วนต้องการเดินทางกลับประเทศต้นทาง

ขณะเดียวกัน สามารถจับกุมขบวนการนำพาได้ 24 ราย พบเป็นคนไทย 18 ราย และเมียนมา 6 ราย จากการสอบสวนพบว่าได้รับการว่าจ้างจากนายทุนที่มีความต้องการแรงงานต่างด้าว โดยได้มีการเรียกเก็บค่านายหน้าจากแรงงานสูงถึง 18,000-25,000 บาทต่อคน พร้อมกันนี้ ได้กำชับให้ กอ.รมน. บูรณาการสกัดกั้นผู้หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย โดยเฉพาะห้วงฤดูแล้งที่แม่น้ำเริ่มตื้นเขินทำให้สามารถเดินเท้าข้ามได้ ขอให้ กองกำลังป้องกันชายแดน และ กอ.รมน.จังหวัด เข้มงวดในการเฝ้าระวัง ตรวจตราพื้นที่ชายแดนและพื้นที่ตอนในอย่างเข้มงวด