เปิดเหตุผล ไม่นำเงินที่ขาดทึนมาหักลบ
โฆษกกรมสรรพากร กล่าวถึงสาเหตุที่ไม่ได้ให้นำเงินที่ขาดทุนจากการซื้อขายคริปโต มาใช้รวมในการยื่นภาษีเงินได้นั้น
"เนื่องจากกฎหมายระบุว่า ผู้มีเงินได้ ถือว่ามีหน้าที่ต้องเสียภาษี"
ดังนั้นจึงให้นำเฉพาะกำไรจากการซื้อขายคริปโต ซึ่งถือเป็นเงินได้ แต่รายได้ส่วนนี้จะถูกนับก็ต่อเมื่อมีการโอนเงินกลับเข้าบัญชีแล้ว ซึ่งหากเงินยังอยู่บนแพลตฟอร์มที่ทำการซื้อขาย จะยังไม่ถือว่าเป็นรายได้
นายมงคล ขนาดนิด ผู้อำนวยการกองกฎหมาย กรมสรรพากร กล่าวในหัวข้อ "Cryptocurrency เสียภาษีอย่างไร" ผ่านเพจกองกฎหมาย กรมสรรพากร มีข้อความว่า
ในส่วนกรณีซื้อเหรียญมาเก็งกำไร เมื่อราคาขึ้นแล้วมีการขายออกไป ตามกฎหมายระบุว่า ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากการขายคริปโทเคอร์เรนซี่ ให้ถือเป็นเงินได้ตามมาตรา 40 (4) ตามพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 19) พ.ศ. 2561 ไม่ใช่มาตรา 40 (8) เหมือนกับในอดีต
ส่วนกรณีนำคริปโทไปซื้อสินค้า ตอนนำเหรียญไปจ่ายค่าซื้อสินค้า เจ้าของเหรียญมีภาระภาษีหรือไม่นั้น นายมงคล กล่าวว่า สิ่งที่จ่ายออกไปเป็นทรัพย์สิน เมื่อนำไปให้เจ้าของสินค้า เป็นการจำหน่ายจ่ายโอนคริปโท ส่วนจะเสียภาษีหรือไม่ ต้องคำนวณตามผลว่าได้เกินกว่าที่ลงทุนหรือไม่ เช่น
- นำเหรียญคริปโตไปซื้อเรือเฟอร์รี่
- โดยซื้อเหรียญมา 100 บาท
- แต่สามารถแลกซื้อเรือได้ 10 ล้านบาท
- ตอนโอนไปให้ ถือว่าเกิด Capital Gain
- ก็ต้องเอาส่วนนั้นมาเสียภาษี
วิธีการคำนวณภาษีเงินได้คริปโท คำนวณเหมือนภาษีอื่น เช่น
- หากมีกำไรจากการขายคริปโต ทั้งปี 200,000 บาท โดยไม่ได้มีรายได้อื่น
- โดยหลักการเวลาคำนวณภาษีเอาเงินได้พึงประเมินตั้ง แล้วเอาผลตอบแทนจากการเทรดคริปโต ที่เป็นกำไรจากการขาย หรือ 200,000 บาทตั้ง
- หักด้วยค่าใช้จ่าย ซึ่งค่าใช้จ่ายเป็น 0 และสามารถหักลดหย่อนส่วนตัวได้ถึง 60,000 บาท ก็เหลือ 140,000 บาท
- และหากเหลือเงินได้สุทธิต่ำกว่า 150,000 บาท จะได้รับการยกเว้นจากจ่ายภาษี
- ซึ่งก็เท่ากับว่าฐานที่จะไปคิดภาษีไม่มีแล้ว ก็เท่ากับว่าไม่ได้เสียภาษี