กรมวิทย์ฯ เผย ไม่พบ ‘ฟลูโรนา’ ในไทย ย้ำยังไม่มีสายพันธ์ุไฮบริด
07 ม.ค. 2565 | kewalee_pal

อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เผย เชื้อทั้งสองไข้หวัดใหญ่และโคโรนา ผสมพันธุ์กันจนเกิดเป็นไฮบริดไม่ได้ จึงไม่ต้องวิตกกังวล
ข่าว
07 ม.ค. 2565 | kewalee_pal

อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เผย เชื้อทั้งสองไข้หวัดใหญ่และโคโรนา ผสมพันธุ์กันจนเกิดเป็นไฮบริดไม่ได้ จึงไม่ต้องวิตกกังวล
นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวถึงกรณีพบมีการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ (Influenza) และเชื้อไวรัสโคโรนาในคนเดียวกันที่ต่างประเทศ เรียกว่า ฟลูโรนา (Flurona) ว่าขณะนี้ยังไม่มีนัยสำคัญอะไรที่ทำให้ต้องวิตกกังวล และจากการเฝ้าระวังในประเทศไทยยังไม่พบผู้ติดเชื้อดังกล่าว
ฟลูโรนาเป็นชื่อที่มาจากฟลู คือการผสมกันระหว่างไข้หวัดใหญ่และโคโรนา (โควิด-19) ซึ่งเชื้อทั้งสองเป็นไวรัสทั้งคู่ แต่เป็นไวรัสคนละตระกูลกัน และทั้งสองตระกูลทำให้เกิดอาการคล้ายๆ กัน คือ มีอาการทางเดินหายใจ เช่น เป็นหวัด คัดจมูก อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตามตัว ทั้งนี้ ในกรณีคนที่มีอาการรุนแรงจะทำให้เกิดปอดอักเสบ และอาจเสียชีวิตจากระบบทางเดินหายใจล้มเหลว หรืออวัยวะต่างๆ ล้มเหลว อาการของฟลูโรนาเท่าที่มีการรายงานในปัจจุบันยังไม่มีอะไรแตกต่างจากโควิดทั่วไป โอกาสติดเชื้อทั้ง 2 ตัวพร้อมกันค่อนข้างน้อย จำนวนผู้ป่วยที่พบยังมีจำนวนน้อย ขณะนี้มีข้อมูลรายงานการตรวจพบในอิสราเอล, บราซิล, ฮังการี และฟิลิปปินส์
ทั้งนี้ การที่คนหนึ่งคนติดเชื้อ 2 อย่างโดยบังเอิญในเวลาเดียวกัน มีความเป็นไปได้ (Mixed Infection) แต่จะผสมพันธุ์กันจนเกิดเป็นไฮบริดไม่ได้ จึงไม่ต้องวิตกกังวล
นพ.ศุภกิจ กล่าวต่ออีกว่า สำหรับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ควรเว้นระยะจากวัคซีนป้องกันโควิด 1-2 สัปดาห์ เพราะหากฉีดพร้อมกันสองอย่างอาจจะทำให้มีไข้ ปวดเมื่อยมากเกินไป และเมื่อเกิดอาการข้างเคียงก็จะไม่รู้ว่ามาจากวัคซีนตัวใด เพราะฉะนั้นถ้าฉีดวัคซีนป้องกันโควิดผ่านไป 1-2 สัปดาห์ หากไม่มีอาการอะไรก็ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ต่อได้