นายวรวิทย์ ชัยสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่ได้มีการติดตามสถานการณ์โควิด-19 อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะสายพันธุ์โอมิครอน มีการติดตามวางแผนเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดในจังหวัดเชียงใหม่ โดยในช่วงเทศกาลปีใหม่มีประชาชนเดินทางเข้ามาเป็นจำนวนมาก ประกอบกับมีชาวเชียงใหม่ก็เดินทางไปต่างจังหวัดมากเช่นกัน และมีการรวมกลุ่มทำกิจกรรมสังสรรค์ต่างๆ
คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ได้ออกมาตรการสอดรับนโยบายของรัฐบาล โดยการให้หน่วยงานราชการต่างๆ และขอความร่วมมือหน่วยงานเอกชน Work Form Home เป็นระยะเวลา 14 วัน และขอความร่วมมือสถานประกอบการลดจำนวนพนักงานทำงานในบริษัทลง เพื่อลดความแออัด แต่ทั้งนี้ต้องไม่กระทบต่อการให้บริการประชาชน พร้อมกันนี้ได้มีคำสั่งให้ทุกหน่วยงดกิจกรรมรวมกลุ่มจำนวนมาก และแจ้งสั่งการให้หน่วยงานสาธารณสุขเตรียมพร้อมรองรับผู้ป่วย
ทั้งนี้ตัวเลขผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่พบว่าเป็นกลุ่มที่ไปใช้บริการที่ร้านจำหน่ายอาหารซึ่งเปิดให้บริการดื่มแอลกอฮอล์ได้ ด้วยเหตุนี้จะได้มีการเสนอให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่พิจารณาสั่งปิดร้านอาหาร ที่พบข้อมูลการแพร่ระบาด และไม่ปฏิบัติตามมาตรการ COVID Free Setting โดยจะสั่งปิดเป็นเวลา 7-14 วัน จำนวน 7-8 ร้าน เพื่อทำความสะอาด คัดกรองตรวจหาเชื้อในกลุ่มพนักงาน หากไม่ดำเนินตามมาตรการ COVID Free Setting จะได้ดำเนินคดีตามกฏหมาย
โดยจะนำเสนอเรื่องให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดพิจารณาสั่งปิดสถานที่ในวันนี้ (7ม.ค.65) และเน้นย้ำร้านอาหารให้ปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนด ส่วนร้านอื่น ๆ จะเพิ่มความเข้มงวด เช่น งดการใช้เครื่องปรับอากาศในห้องอาหารที่มีขนาดจำกัด การตรวจ ATK พนักงานในร้านเป็นประจำทุก 3 วัน และตรวจ ATK ผู้ที่เข้าใช้บริการด้วย และจะได้มีการประกาศขยายเวลางดเรียน On-Site ต่อไปอีก 1 สัปดาห์ เพื่อประสิทธิภาพในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19
ภาพ/ ข่าว นิศานาถ กังวาลวงศ์ จ.เชียงใหม่