ด้าน ดร.สุรชาติ บำรุงสุข จากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเช่นกัน และยังเป็นนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคง วิเคราะห์ถึงแนวโน้มทางการเมืองในปี 65 หรือ "ปีเสือดุ" ซึ่งน่าจับตาว่านายกฯจะโดน "เสือกัด" หรือไม่ หรือจะ "ลงจากหลังเสือ" ได้อย่างสง่างาม
ประเด็นแรก ปี 65 จะเป็นปีของการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองหรือไม่? โดย ดร.สุรชาติ มองว่า ถ้ากระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญและกฎหมายลูกสิ้นสุดลงได้จริง ก็จะถึงเวลายุบสภาและจัดการเลือกตั้งใหม่ เพราะประเทศที่ใช้รัฐธรรมนูญในการปกครอง เมื่อรัฐธรรมนูญถูกแก้ไข เป็นกฎกติกาชุดใหม่ เท่ากับบังคับให้รัฐบาลเดิมจำเป็นต้องยุบสภา เพื่อคืนอำนาจให้ประชาชน และเปิดการเลือกตั้งใหม่ตามกติกาใหม่ที่ถูกปรับเปลี่ยนไปแล้ว นี่คือ "มารยาททางการเมือง" ที่สำคัญ
ประเด็นที่สอง ปี 65 เสถียรภาพของรัฐบาลจะยังมั่นคงสถาพรหรือไม่? ซึ่ง ดร.สุรชาติ บอกว่า เสถียรภาพของรัฐบาลมี 2 ส่วน คือ
1.เสถียรภาพที่เกิดจากการแก้ไขวิกฤติใหญ่ๆ ในประเทศ เช่น ควบคุมการแพร่ระบาดของโควิดได้ ฟื้นเศรษฐกิจได้ แบบนี้รัฐบาลมีเสถียรภาพแน่นอน
2.เสถียรภาพทางการเมืองในบริบทของพรรคร่วมรัฐบาล มีตัวชี้วัดหลายตัว เช่น สภาล่มบ่อย สะท้อนความไม่มีเสถียรภาพ พรรคร่วมรัฐบาลแข่งกันเองในศึกเลือกตั้งซ่อมอย่างน้อย 3 พื้นที่ คือ สงขลา ชุมพร หลักสี่ เกิดปัญหาเสถียรภาพแน่ และทั้งหมดสะท้อนถึงปัญหาเสถียรภาพในรัฐบาลอย่างชัดเจน
ประเด็นที่สาม ปี 65 จะมีอุบัติเหตุหรือจุดเปลี่ยนทางการเมืองหรือไม่? ดร.สุรชาติ อธิบายว่า อุบัติเหตุทางการเมือง ถ้าหมายถึงการรัฐประหาร ขอให้คนที่คิดจะทำ เลิกคิด เพราะจะทำให้ประเทศไทยกลายสภาพเป็นแบบเมียนมา
ส่วนม็อบลงถนน หรือการเมืองบนท้องถนน ต้องรอดูท่าทีของคนรุ่นใหม่ว่าจะรับกับสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองได้หรือไม่ รวมถึงความเดือดร้อนของประชาชนกลุ่มต่างๆ โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจ ท่ามกลางการดำเนินนโยบายประชานิยมสุดขั้วของรัฐบาล
นอกจากนั้นก็ยังมีอุบัติเหตุในสภา เช่น สภาล่ม ร่างกฎหมายที่รัฐบาลเสนอเองถูกตีตก หรือแพ้โหวตในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เหล่านี้ล้วนเป็นอุบัติเหตุทางการเมืองที่เกิดขึ้นได้
ประเด็นที่สี่ ท่าทีและการสื่อสารของนายกฯ จะยิ่งเป็นปัญหามากขึ้นหรือไม่? อาจารย์สุรชาติ มองว่า โจทย์การสื่อสารทางการเมืองเป็นโจทย์ใหญ่ของทุกรัฐบาล ทุกวันนี้คนส่วนหนึ่งรู้สึกว่า การสื่อสารทางการเมืองของนายกฯ ทำให้ภาพลักษณ์ผู้นำรัฐบาลดูไม่ดี แม้จะมีกองเชียร์อยู่ก็ตาม
แต่สิ่งที่เหนือกว่านั้นคือ "วิสัยทัศน์เชิงนโยบาย" ที่สะท้อนผ่านการสื่อสารทางการเมือง คำถามคือ นายกฯและรัฐบาลจะขายอะไรในเชิงวิสัยทัศน์ในปี 65 เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง หรือทำให้สถานการณ์ประเทศดีขึ้นได้จริงๆ นอกเหนือจากสิ่งที่เคยพูดมาแล้ว เช่น ปลูกมะนาว ปลุกผักชีในค่ายทหาร หรือเลี้ยงไก่บ้านละ 2 ตัว